3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
-
6 ก.พ. 2555น.สพ.รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลับมหิดล1. วันที่ 27 มกราคม 2555 งาน “ครู พ่อ หมอช้าง” เพื่อแสดงมุทิตาจิตต่อนายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ หลังจากเกษียณอายุราชการจากองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยชมรมสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์แห่งประเทศไทย งานนี้ทำให้เห็นว่า การที่คนคนหนึ่งได้อุทิศชีวิตให้กับงาน มันไม่เพียงมีผลต่อความสำเร็จของเนื้องาน แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจด้วย
พี่หมออลงกรณ์เป็นบุคคลที่เสียสละตนเองเพื่อรับใช้สังคม ในวงการของตำรวจและอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจะทราบว่า หากมีเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสัตว์ป่า พี่หมอจะเป็นคนที่สามารถเรียกใช้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อาทิตย์ละเจ็ดวัน ซึ่งไม่เคยมีใครจะให้ได้มากขนาดนี้ สิ่งที่พวกเราหมอสัตว์ป่ารุ่นน้องๆ ทำได้ คือการเงยหน้ามอง และเรียนรู้เรื่องความเสียสละ และการอดทนต่อความยากลำบาก
งานนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความผูกโยงของบรรดาสัตวแพทย์สัตว์ป่าที่ร้อยรัดหัวใจเอาไว้ด้วยความศรัทธาในตัวบุคคล และผลงานที่เป็นพลังใจ เป็นความมั่นใจในการมุ่งหน้าทำดี สังคมต้องการการเกื้อหนุนกันในการทำดี คนเราต้องการกำลังใจไม่น้อยกว่าอาหารและอากาศเลย
2. ละครโทรทัศน์ โหมโรง – ผมชอบเรื่องนี้มากตั้งแต่เป็นภาพยนตร์ ได้มาชมอีกครั้งในรูปแบบละครโทรทัศน์ ก็ให้ความรู้สึกที่ดีไม่แพ้กัน ดนตรีไทย บรรยากาศพื้นบ้านไทย เรื่องราวของการต่อสู้ทางวัฒนธรรมของไทยกับตะวันตก บังเอิญว่าละครยังไม่จบ ผมคงไม่อาจเล่าเรื่องให้ฟัง เพราะอาจทำให้บางท่านที่ไม่ได้ดูภาพยนตร์จะเสียอรรถรสได้
ข้อสรุปบางส่วนจากเรื่องโหมโรง คือ การสร้างผลงานศิลปะจะต้องมีแนวทางของตัวเอง มีแรงบันดาลใจของตัวเอง สอง ดนตรีเป็นพลังทางวัฒนธรรม หรือสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ากฎเกณฑ์ไกลตัวที่จะมากำหนดบังคับได้
3. ทำอาหาร – การทำอาหารเป็นเวลาแห่งความรื่นรมย์ของผม การประกอบอาหารมันเหมือนการเป็นทั้งผู้ประพันธ์เพลงและวาทยากรในวงออเครสต้า ที่จะต้องจัดหาเสียงดนตรีที่เหมาะเจาะ สอดประสาน โดยจะต้องเกิดจากความเข้าใจเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น จุดเด่น จุดด้อย หน้าที่ในภาพรวม ความสอดคล้องกับเครื่องดนตรีข้างเคียง และเราต้องมีความสามารถในการจินตนาการถึงสิ่งที่สำเร็จออกมาแล้ว เหมือนนักประพันธ์เพลงสามารถได้ยินเสียงจากตัวโน๊ตที่เขาเขียนลงไปในแผ่นกระดาษ
นอกจากนี้ ในด้านของความเป็นศิลปะในการปรุงอาหาร คือ การใส่เอกลักษณ์เฉพาะตัวบุคคลลงไป หลังจากทีเราตีความสูตรมาตรฐานแตกแล้ว เราต้องมองให้ออกว่า เราจะสามารถใส่ความเป็นตัวเอง เอกลักษณ์ของเราลงไปตรงไหนได้บ้าง อย่างกับว่าเราเติมจำนวนเครื่องเป่าลงไปในวง หรือจะเร่งจังหวะเครื่องเคาะ การใส่ตัวตนลงไป ทำได้ตั้งแต่ขั้นตอนของการวางแผน และที่สำคัญคือระหว่างการปรุงอาหาร ในขณะที่วัตถุดิบลงไปในกระทะแล้ว แผนที่ดีก็เรื่องหนึ่ง แต่การติดตามสถานการณ์เฉพาะหน้าและแก้ไขให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ
เปรียบเช่นหน้าที่ของวาทยากร ไม่ใช่การกำหนดจังหวะเท่านั้น แต่หน้าที่สำคัญ คือการฟัง วาทยากรต้องฟังและการฟังนั้นจะสามารถเป็นข้อมูลเพื่อปรับแต่งให้แก้ไข จัดการ ปรับปรุง ให้ดนตรีในวินาทีถัดมา ออกมาไพเราะอย่างวิเศษได้
เออ... ที่ว่ามานี่ ผมทำแกงจืดเต้าหู้หมูสับนะครับ.. : )
หมายเหตุ อาจารย์ น.สพ.รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ อาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลับมหิดล ปัจจุบันลาศึกษาต่อปริญญาเอก ที่ North Carolina State University หัวข้องานวิจัย "การจัดการระบาดวิทยาไข้หวัดสัตว์ปีกในสัตว์ป่าและสวนสัตว์"
Share this
593 reads
