3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา
-
5 ก.ค. 2553นิ้วกลมผู้กำกับโฆษณาและนักเขียน1.
สิ่งดีดีสิ่งแรกพบในห้องน้ำ ห้องอาบน้ำในที่พักหลังไม่ใหญ่
ซุกตัวอยู่ในจังหวัดที่ไม่ไกล กาญจนบุรีนั่นไงไม่ไกลเลย
เป็นห้องน้ำไร้หลังคาเห็นฟ้ากว้าง แล้วความงามบางอย่างก็เปิดเผย
ถูสบู่ถูขี้ไคลเหมือนอย่างเคย ไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอมัน
น้ำไหลหลั่งจากฝักบัวลงหัวผม ละอองกลมเด้งกระจายคล้ายในฝัน
ระยิบระยับพริบพรายเลื่อมลายพลัน ใกล้หัวใจของฉันแถวนั้นเอง
ในจังหวะห้วงเวลาเดียวกันนั้น สุริยันส่องแสงมาตรงเผง
กระทบกับละอองน้ำให้ครื้นเครง ธรรมชาติบรรเลงฝีพู่กัน
ปาดป้ายทาเป็นทางรุ้งเจ็ดสี ตาตี่ตี่เบิกโพลง-โอ้ สวรรค์
ช่างเป็นความธรรมดาน่าอัศจรรย์ รุ้งเกิดขึ้นตรงหน้าฉันใกล้หัวนม
สวรรค์อยู่ใกล้ใกล้ตรงนี้แล้ว ยังไม่แคล้วไขว่คว้าและสะสม
จากแดนไกลที่ใดเล่านิ้วกลม เพียงแดดก้มมาจูบน้ำก็ฉ่ำใจ
2.
สิ่งดีดีที่สองในสัปดาห์ คือได้เห็นหน้าตาแม่ผ่องใส
แม่มานั่งคุยกันอยู่ไม่ไกล บนโซฟาตัวใหญ่ไม่ไกลเลย
เล่าเรื่องงานให้แม่ฟังสนุกสนุก เล่าความทุกข์ให้แม่ฟังอย่างเปิดเผย
แบ่งความเศร้าเคล้าความสุขเหมือนอย่างเคย แม่เฉยเฉยเอื้อนเอ่ย-มัน...จะผ่านไป
ได้เงี่ยหูฟังคำแม่แบบชัดชัด ไม่มีสิ่งใดมาขัดให้หวั่นไหว
วางโน้ตบุ๊กไว้ไกลตัวและหัวใจ มือถือก็ไม่มีใครโทรเข้ามา
มองหน้าแม่ แน่แน่ย่อมแก่เฒ่า มองตัวเราก็ไม่วัยรุ่นแล้วหนา
นั่งข้างข้างดวงตาจ้องดวงตา นี่คือตาที่อบอุ่นสุดหัวใจ
กุมมือเหี่ยวย่นยับและยู่ยี่ ก็มือนี้ที่เคยเกาหลังให้
เคยลูบหัวเคยทำแผลเคยห่วงใย มือแก่ไปรักยังใหม่และคงทน
เป็นช่วงเวลาสั้นสั้นในยามเช้า ก่อนที่เราจะออกสู่ท้องถนน
สู่โลกกว้างทางกว้างร้อยผู้คน มีหนึ่งคนที่เขารักเราจริง
3.
สิ่งดีดีที่สามที่ได้พบ เกิดเมื่อหลบตัวจากโลกไม่สุงสิง
อ่านหนังสืออยู่กับตัวเองจริงจริง อยู่ในห้องนิ่งนิ่งไม่ไกลเลย
เต๋า-มรรควิถีที่ไร้เส้นทางคือเล่มนั้น ท่านโอโชแข็งขันกลั่นเฉลย
ว่าความรู้สารพัดเหมือนอย่างเคย มิอาจเผยความจริงให้ปรากฏตัว
รู้ว่าดอกไม้มีกี่ชนิด ชี้ไม่ผิดว่าดอกนี้สปีชี่ส์ไหน
ข้อมูลปึ้กความรู้แน่นไม่แพ้ใคร แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไปคือใจตน
อ่านข้อมูลดอกไม้เป็นเล่มหนา แต่หน้าตากลับค่อยค่อยหมองหม่น
รู้มากมายแต่ความงามกลับลืมยล ด้วยดวงตาของตนให้รู้เอง
ใช้จมูกสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ กลิ่นความจริงกระทบใจเข้าตรงเผง
หากมีแต่ความรู้คงวังเวง สัมผัสเองโลกใบนี้เป็นเช่นไร
วางตำราก้าวขาออกไปพบ เพื่อประสบกับการณ์ทั้งน้อยใหญ่
เพื่อความแกร่งของอวัยวะชื่อหัวใจ โลกใบใหม่เมื่อหลุดกรอบของตำรา
นั่นคือสิ่งดีดีที่ได้เจอ มิใช่สิ่งที่ละเมอหรือเพ้อหา
ไม่ได้อยู่ที่ใดที่ไกลตา อยู่แถวนี้แหละหนา-ใกล้หัวใจ
Share this
775 reads
-
MimMy
1. เราได้เป็นพิธีกรงานจบการศึกษา(คอร์สเรียนภาษาที่จีน) สมัยที่สอง มันรู้สึกปลื้มใจไม่น้อยเลย แปลว่าภาษาเราดีขึ้นมาก และอาจารย์ไว้วางใจให้เราทำหน้าที่นี้อีก และการได้รับคำชมว่าทำได้ดีมาก มันรู้สึกภูมิใจจริงๆ
2. ได้รางวัลนักเรียนดีเด่นและรางวัลมาเรียนครบ ไม่ขาด ไม่ลา ไม่สาย พร้อมเงิน 200 หยวน (ไม่ใช่ว่าขยันนะ จริงๆคืออยากได้เงิน)
3. เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หมาที่บ้าน(ที่อยู่กันมาสิบปีกว่า)ป่วยหนักมาก และกำลังจะตาย (แม้กระทั่งสัตวแพทย์ยังบอกให้ทำ ใจ เราร้องไห้หนักมาก เพราะทำใจไม่ได้ ที่จะไม่ได้กลับไปเจอมันอีก แต่เมื่อไม่กี่วัน แม่บอกว่าเหมือนมีปาฏิหาริย์ วันรุ่งขึ้น มันกลับมาลุกขึ้นยืน และกินข้าวได้ตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ
-
มณฑินี เอี่ยมบำรุงสกุล
1. การเสียชีวิตของอากง (คุณตา) เปิดมาก็เป็นเรื่อง(ดูเหมือน)เศร้า แต่จริงๆแล้ว ภายใต้การสูญเสียคนที่เรารัก ก็เป็นบทเรียนให้เราได้มองย้อนทั้งชีวิตเขาและชีวิตของเราเอง เหตุการณ์นี้ให้สิ่งดีๆกับเราตั้งหลายอย่าง อย่างน้อยคือ อากงไม่ต้องทรมานกับท่อให้อาหาร การดูดเสลด หรือภาวะขาดออกซิเจนอีกต่อไป และเป็นโอกาสที่ตัวเราเองได้ทบทวนถึงสิ่งดีต่างๆ ที่อากงเคยทำให้กับโลกใบนี้ ความมานะ บากบั่นสร้างฐานะ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้เดือดร้อน(จนมีผู้คนมากมายมาแสดงความชื่นชมอากงในงานศพแทบทุกวัน)ให้เราได้ตอกย้ำกับตัวเอง(อีกครั้งหนึ่ง)ว่าร่างกาย สังขาร เป็นสิ่งที่ไม่คงทน ความดีต่างหากที่จะอยู่ยั้งยืนยงและเป็นประโยชน์ต่อโลกสืบไป
2. การเปลี่ยนมุมมองของเราเอง จากเดิมที่ชอบจับผิดคนอื่น เอะอะก็ไม่พอใจ รำคาญใจ แต่มีอยู่วันหนึ่ง ความคิดมันก็แว่บเข้ามา มันบอกกับเราว่า "หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ความสุขที่ร่ำร้องเพรียกหาคงไม่มีวันมาถึง" และ "ชีวิตนี้แสนสั้น เผลอนิดเดียวก็เดินมาถึง 1 ใน 3 ของอายุ (ที่คาดไว้) สิ่งดีๆหลายสิ่งที่คิดว่าจะทำให้คนอื่น ให้สังคม ให้โลก แต่ยังไม่เคยทำให้คนในครอบครัวเลย แล้วเราจะชื่อว่าเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกได้ยังไง" จากจุดเล็กๆกับการใคร่ครวญกับตัวเองทำให้เราเห็นความสุขในทุกๆที่ มีความสุขกับการได้ช่วยพ่อแม่ มีความสุขกับการที่จริงใจ และเอื้อเฟื้อกับคนรอบข้างโดยไม่หวังให้เขาตอบแทนสิ่งใดๆกลับมา และเราจะพยายามคงมุมมองแบบนี้เอาไว้ให้นานที่สุด เท่าที่จะทำได้
3. ความกล้าที่มีมากขึ้น จากการมองว่า ชีวิต คือ บทเรียน ไม่ว่าจะทำผิดพลาด ไม่ว่าจะทำดีเลิศ ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่ขัดเกลา และช่วยปรับแต่ง ให้ชีวิตเราสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นจนในที่สุดเราก็จะรู้ว่าเราไม่ได้มี ไม่ได้เป็นอะไรใดๆทั้งสิ้นเพราะ "เรา" ประกอบขึ้นจากหลายๆสิ่ง และเมื่อแยกแต่ละสิ่งออกไปแล้วก็จะไม่เหลือ "เรา"อีกต่อไป การมองเช่นนี้ทำให้เรากล้าที่จะทำสิ่งแปลกๆใหม่ๆ กล้าที่จะทักทายพูดคุยกับคนใหม่ๆ กล้าที่จะยอมรับความผิดของตัวเอง กล้าที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพราะรู้ว่าไม่ว่าอย่างไร นี่ก็คือ บทเรียนให้เราได้คอยเก็บเกี่ยวและเรียนรู้ไปกับมัน
