3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 29 มี.ค. 2553
    วิจักขณ์ พานิช
    นักฝึกอบรมทางจิตวิญญาณ และนักเขียนอิสระ
    1. วงพูดคุยที่บ้าน: อาทิตย์ที่ผ่านมาบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ได้ต้อนรับวงสนทนาพูดคุยมากมาย รู้สึกว่าการล้อมวงพูดคุย รับฟังประสบการณ์ ความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายของกันและกันช่างเป็นสิ่งที่สวยงามมาก และบ้านที่เราอาศัยอยู่ก็พลอยได้เก็บรับพลังดีๆเหล่านั้นไว้ด้วย ที่ประทับใจที่สุดคือ วงพูดคุยของสังฆะวัยรุ่นหนุ่มสาวที่สนใจเรื่องการภาวนา คุณค่าทางจิตวิญญาณ วงคุยวันนั้นมากันเกือบ ๒๐ คน แต่ละคนก็มีคำถามกวนๆ ประสบการณ์บ้าบอ การมองโลกแบบเบี้ยวๆ การลองผิดลองถูกที่สุดขั้วต่างกันไป ทุกเรื่องราวสามารถถูกถ่ายทอดออกมาได้ไม่ต้องกั๊ก ไม่ต้องดูดี ไม่ต้องมี PC กำกับ ทุกคนในวงได้มีโอกาสเปิดใจเล่าการเดินทางด้านในของตัวเองให้เพื่อนๆได้รับรู้ มีการตั้งคำถามกันได้อย่างถึงราก ประทับใจมิตรภาพระหว่างทุกคนที่พร้อมเปิดใจรับฟังความแตกต่างได้โดยที่ไม่ได้มองเป็นความเลวร้ายหรือความผิด และน่าแปลกว่าในวงคุยดิบๆของคนหนุ่มสาวที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดให้กับอะไร เรากลับสัมผัสได้ถึงคุณค่าทางจิตวิญญาณได้แจ่มชัด ยิ่งกว่าวงคุยของปราชญ์ทางศาสนาสำนักไหนๆ
    2. การเดินขบวนของพี่น้องเสื้อแดง: ออกไปกินอาหารทะเลที่เยาวราช พอไปถึงก็ตระหนักได้ว่า นี่เป็นเส้นทางการเดินขบวนรอบกรุงเทพของพี่น้องเสื้อแดง อาหารเย็นมื้อนั้นก็เลยเป็นอาหารเย็นมื้อพิเศษ ที่ได้รับชมภาพเหตุการณ์และความรู้สึกสดๆที่ไม่ต้องอ่าน หรือผ่านจอทีวี ได้รับรู้ถึงความสนุกสนาน ความปลื้มใจ ของพี่น้องเสื้อแดงเมื่อพวกเขาได้รับความเคารพ การต้อนรับ มิตรภาพ และการรับฟังจากเพื่อนร่วมสังคมตามท้องถนนที่ไม่มีท่าทีปฏิเสธหรือรังเกียจ ประทับใจความต่อเนื่องยาวนานของขบวน และบรรยากาศสบายๆเป็นกันเอง ไม่มีกลิ่นอายของการยั่วยุหรือปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ตรงกันข้ามกับภาพที่คนกรุงเทพส่วนใหญ่มักกลัวหรือรังเกียจจนแทบไม่อยากออกจากบ้านไปไหน
    3. ลูกสาววัยขวบเศษตะโกนเรียก "ป้อ" ได้อย่างชัดถ้อยชัดคำพร้อมรอยยิ้มกว้าง: อันนี้เป็นความอิ่มใจที่เกินคำบรรยายจริงๆ

    Share this

    967 reads
  • พรเพ็ญกวิน (เพนกวิน)
    1. ได้รับรู้ว่าเรายังมีหัวใจที่จะมี “ความรัก” ได้อีก หลังจากพักหลังชักไม่แน่ใจตัวเองแล้ว เหมือนรู้สึกว่าตัวเองไร้ความรู้สึกไป แต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนพบว่าเรายังมีความรักอยู่ในหัวใจ รักคนรอบๆ ข้าง เหมือนกับว่าเขาเป็นคนในครอบครัวเดียวกับเรา และรู้สึกว่าความรักนั้นมันเต็มเปี่ยมจนล้นเอ่อออกมาจากข้างใน เราสามารถสัมผัสความรักในตัวเราได้อย่างเต็มเปี่ยม และเปิดใจที่จะรับใครสักคนเข้ามาในหัวใจจริงๆ
    2. มีโอกาสได้ไปทำกระบวนการเรียนรู้กับน้องๆ สถานพินิจฯ ที่จังหวัดเชียงใหม่ รู้สึกถึงการทำงานที่เราเบิกบาน เป็นการเรียนรู้ที่มีเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ทั้งต่อตนเองและน้องๆ ที่มาเข้าร่วม ตั้งแต่วันแรกที่เราห่างเหิน และพูดกับคนละภาษา มาเป็นการที่เราได้รู้จักกันและกันมากกว่าแค่ชื่อที่แค่เรียกๆ กันในห้อง และเราก็อู้คำเมืองพอได้บ้าง น้องแจ็คที่มีรอยยิ้มเสมอๆ เพราะเขาไม่อยากเป็นทุกคนเศร้า จึงชอบเล่าเรื่องตลก น้องนัทส์หน้าเปื้อนยิ้มที่เพื่อนๆ ชอบแซวว่าหน้าจ๋อย เพราะเวลาหน้าไม่ยิ้ม หน้าเขาจ๋อยจริงๆ ผู้ที่ชอบเรียนภาษาอังกฤษและสนใจทุกรายละเอียดที่เราได้ทำร่วมกัน น้องต้นที่หมั่นในสบตา และตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ สายตาของน้องต้นทำให้พี่ๆ มีกำลังใจจะเดินต่อไปเรื่อยๆ แลกอีกสิบกว่าชีวิตที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่จำได้หมดทุกคนจริงๆ น้องๆ ทำให้เรารู้สึกว่า “การกลับบ้าน” มันมีค่ามากมายแค่ไหน
    3. การเดินทางไปเชียงใหม่อีกครั้งในรอบปีที่ผ่านมา มันเป็นจังหวัดที่มีความทรงจำดีดีมากมายอยู่ที่นั่น ไปครั้งนี้ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึก และความฝันในวัยเยาว์ที่เราเคยฝันไว้ ทำให้ตอนนี้มาย้อนคิดว่า เราน่าจะเดินตามความฝันที่เราเคยฝันไว้ได้หรือยัง
  • โดเรมอน
    1. รับรู้ข่าวการเสียชีวิตของญาติผู้ใหญ่ที่นับว่ามีความหมายมากคนหนึ่งในชีวิต เสียใจในการจากไป แต่ด้วยวัยที่มากพอสมควรแล้ว คือ เกือบ 80 ปี ก็นับว่าสมเหตุสมผลในการจากไป ถ้าเลือกดูจากมิติของอายุขัย แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกติดขัดในเหตุการณ์นี้พอสมควร คือ เรายังรู้สึกว่าเขามีชีวิตเสมอ แม้กระทั่งได้เห็นร่างที่ไร้วิญญาณ และพบคนจำนวนมากโศกเศร้า แต่ไม่นาน เราก็ยังรู้สึกเหมือนเหตุการณ์นี้เป็นความฝัน เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ความจริง ทั้งๆที่มันเป็นความจริง แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ควรจะรู้สึกดี แต่การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ มันได้ทลายวิธีมองโลกแบบละเลยความเป็นจริงออกไป รู้สึกอิ่มใจที่ได้ร่วมสายเลือดกับคนธรรมดาของโลกคนนี้
    2. หลังจากตั้งเป้าว่าจะพยายามอ่านหนังสือให้มากขึ้นกว่าเดิมให้มากๆ เพราะ สมาธิที่จดจ่อในการอ่านหนังสือแต่ละเล่ม ดูจะสวนทางกับความอยากรู้ที่มีมากเหลือเกิน อาทิตย์นี้อ่านหนังสือจบไป 2 เล่ม ทั้งที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด ทำให้ได้รู้ว่า สมาธิในการอ่าน ไม่ได้ผูกติดกับสภาพแวดล้อมข้างนอกเสมอไป
    3. สัปดาห์นี้มีเรื่องให้ฟุ้งซ่านมากมาย แต่ตัวเองสามารถอยู่กับความไม่แน่นอน และพยายามจดจ่อกับภารกิจที่ต้องทำตรงหน้าได้ดีพอสมควร ถือว่าสอบผ่านในระดับหนึ่ง จากที่เมื่อก่อนเราต้องมีสภาวะที่นิ่ง และจัดการกับปัญหาให้เสร็จสิ้นได้ก่อน จึงจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ แต่ครั้งนี้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ทั้งๆที่สิ่งเหล่านั้นยังหลงเหลืออยู่มากมาย หวังว่าจะทำได้แบบนี้เรื่อยๆ
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม