3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 22 มี.ค. 2553
    วีระศักร จันทร์ส่งแสง
    กองบรรณาธิการ นิตยสาร สารคดี
    1. ความเจ็บไข้ทำให้เห็นความจริงเรื่องอาหาร : เพิ่งผ่านห้องผ่าตัดมา ระหว่างให้ยาสลบนั้นหมอสอดท่อหายใจลงไปในคอ แล้วคงเกิดการเสียดสีระคายเคือง ออกจากโรงพยาบาลมาแผลผ่าตัดแห้งหายสนิทดี แต่แผลในคอคงติดเชื้อหรืออย่างไร เจ็บร้าวระบมไม่เป็นอันกินอันนอน เจ็บจนเข้าใจเลยว่าทำไมคนเจ็บป่วย (ปวด)ถึงคิดฆ่าตัวตาย (และเฮมิ่งเวย์ได้ทำลงไปจริง ๆ)กลืนอาหารแต่ละคำเหมือนปลายมีดกรีดลงไปตามลำคอ รสเผ็ด หวาน เค็ม เปรี้ยว แตะไม่ได้เลย แม้แต่ผักผลไม้ที่มีรส ยังฝืนกลืนไม่ได้ กินได้แต่ข้าวเปล่ามื้อละไม่กี่คำ หรือไม่ก็แป้งนุ่ม ๆ ที่ไม่ฝืดคอ และในช่วงไล่เลี่ยกันนั้นก็พอดีได้อ่านหนังสือของหลวงตามหาบัว ท่านบอกว่าอาหารเป็นเพียงปัจจัยประสานให้ธาตุขันธ์ในร่างกายสืบความต่อเนื่องไปได้ พระป่าจึงไม่ให้ความสำคัญกับอาหารและรสชาติ (ฉันรวมในบาตรใบเดียว ฉันมื้อเดียว ยามเร่งความเพียรไม่ขบฉัน ๓ วัน ๕ วันก็มี)เงื่อนไขความเจ็บไข้ทำให้ได้เข้าใกล้ธรรมเรื่องนี้ในทางปฏิบัติไปด้วย และได้เห็นจริงว่ามันเป็นไปได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มักจะออกไปในทางมักมากเรื่องอาหาร อย่างน้อยก็ต้องมีกินเต็มที่ครบ ๓ มื้อ เมื่อได้มากินน้อย ๆ มื้อละ ๔-๕ คำอยู่เป็นสัปดาห์ ก็พบว่ามันอยู่ได้ และได้เห็นว่าคงไม่เกินความเป็นได้กับการฝึกที่จะมักน้อยต่อไปเรื่อย ท่านพุทธทาสก็เคยเล่าว่า ท่านฉันมื้อละ ๔-๕ ช้อนเท่านั้น และท่านด้วยเช่นกันที่บอกว่า เจ็บไข้ทีก็ให้ฉลาดขึ้นทีหนึ่ง
    2. การชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า-ถนนราชดำเนิน : การชุมนุมทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นของคนกลุ่มใด เสื้อสีอะไร ก็ถือเป็นความงดงามทั้งนั้น การที่คนเป็นหมื่นแสนล้านออกมารวมกันบนท้องถนน ย่อมสะท้อนความตื่นตัวและจิตสำนึกทางการเมือง ในการที่จะมีส่วนร่วมด้วยตัวเอง แทนการฝากคนอื่น ไม่ว่า “ผู้แทน” หรือใคร
    3. นายกอภิสิทธิ์ : ดูท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศนี้กระมัง ที่ไม่มีท่าทีฮึ่ม ๆ จะห้ำหั่นบดขยี้ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้อง แต่ใช้ท่าทีโต้ตอบชี้แจงอย่างมีเหตุผล นั่นสะท้อนว่าท่านเป็นทรัพยากร (นักการเมือง) ที่มีค่าอย่างไม่น่าต้องมาถูกปู้ยี่ปู้ยำเลย

    Share this

    562 reads
  • ช่อน
    1. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมเพิ่งหกล้ม แถวท่าเรือพระอาทิตย์ เล่นเอาเอนฉีก ลูกสะบ้าเคลื่อนไปเลย ทำให้ต้องพันผ้าที่ขา (แบบโคตรหนาเลย) งอเข่าก็ไม่ได้ กลายเป็นคนพิการแบบไม่รู้ตัว ซึ่งคุณหมอท่านก็กรุณาปลอบใจแบบเซ็งๆ (ความซุ่มซ่าม) ว่าคงต้องพันไว้อย่างนี้ 3 อาทิตย์ พร้อมกับต้องใช้ไม้หนีบคอยพยุงเวลา เจอเหตุการณ์แบบนี้เขาไปไม่รู้ว่าจะเรียกว่า ดีหรือซวยแทน แต่ถ้ามองโลกในแง่ดี ก็ถือว่าเป็นสีสันชีวิตที่ไม่เคยทำมาก่อน แถมยังต้องวางแผนชีวิตใหม่ ว่าคราวนี้จะไปทำงานยังไงดี (เพราะต้องแบกไม้เท้าไปด้วย) ทีสำคัญ ยังทำให้ผมรู้สัจธรรมในชีวิตอีกว่า "อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต"
    2. เริ่มโปรแกรมเที่ยวประจำปีอีกรอบแล้ว โดยคราวนี้ตั้งใจจะไปเกาะเต่า ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพอถึงเวลาจริงๆ จะสามารถสลัดภาระที่อยู่เต็มไปหมดได้รึป่าว เฮ้อ.....
    3. ทุกวันนี้ ดูเหมือนกิจวัตรประจำวัน ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากฟังเรื่องผี อ่านต่วยตูน และทำงานไม่ค่อยทันแล้ว ล่าสุดยังต้องเพิ่มโปรแกรมดูซีรีย์เข้าไปอีกมากมาย เพราะช่วงนี้มีหลายเรื่องที่ดีๆ พร้อมใจกันมาลงจอแบบไม่ให้นัดหมาย ทั้ง Without A Trace (เกี่ยวกับการตามหาคนหาย) หรือ House (เกี่ยวกับหมอประหลาดๆ คนหนึ่ง) นี่ยังไม่รวมกับที่ติดงอมแงอีกมากมาย ก็ถือเป็นความบันเทิงเล็กๆ ในช่วงที่ใจพร้อม แต่กายไม่พร้อมก็แล้วกัน
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม