3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 15 มี.ค. 2553
    พระไพศาล วิสาโล
    เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต
    1. ไปเยี่ยมคุณตาวัย ๘๓ ซึ่งเป็นพ่อของพยาบาลคนหนึ่ง ตอนป่วยหนักแกมีความปรารถนาอยากบวชอีกครั้ง แต่ตอนไปเยี่ยมแกไม่รู้สึกตัวแล้ว จึงให้ลูกสาวซื้อผ้าไตรมาให้ แล้วอาตมาก็บอกแกว่า ให้นึกว่ากำลังถือผ้าไตรนี้เพื่อขอบวชต่ออุปัชฌาย์ในโบสถ์ และจินตนาการว่าท่านได้บวชให้คุณตาแล้ว ให้นึกเสมือนว่าได้บวชแล้วจริง ๆ คือ เป็นการบวชที่ใจ ส่วนผ้าไตรนั้นก็จะมอบให้คนที่อยากบวช ถือว่าเขาบวชแทนคุณตาด้วย
    2. ร่วมงานภาวนาเพื่อสันติ บิณฑบาตความรุนแรง ที่อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม มีพระราชธรรมนิเทศ(พระพยอม) และท่านจันท์มาร่วมด้วย มีหลายฝ่ายมาร่วมด้วย ทั้งตำรวจ นปช. สว. มีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อขาว มาเป็นตัวแทนในการ "สละ"อาวุธลงถัง เป็นกิจกรรมสัญลักษณ์เพื่อเตือนใจให้ทุกฝ่ายละเว้น ความรุนแรง และเชิญชวนผู้ใฝ่สันติให้ทำทุกอย่างเพื่อลดความรุ่มร้อนในจิตใจของผู้คน
    3. หลังงานภาวนาเพื่อสันติ ไปเยี่ยมเพื่อนของเพื่อนซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งสมอง เธอเป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบทำบุญและช่วยเหลือผู้อื่น เธอไม่รู้สึกตัวแล้ว มีแต่เครื่องช่วยหายใจที่ประคองชีวิตอยู่ได้ คาดว่าจะมีชีวิตอีกได้ไม่นาน แม้จะโคม่าแล้วแต่ก็เชื่อว่ายังรับรู้ได้ จึงน้อมใจให้เธอระลึกถึงพระรัตนตรัยและความดีที่ได้เคยทำไว้ กับน้อมใจให้ปล่อยวาง ทุกอย่างรวมทั้งร่างกายนี้ด้วย จากนั้นได้แนะนำแม่และพี่น้องให้ใช้โอกาสนี้บอกความในใจแก่เธอ รวมทั้งขอขมาด้วย และช่วยกันนำทางเธอให้ไปสู่สุคติ นี้คือสิ่งดีที่สุดสิ่งสุดท้ายที่จะมอบให้แก่เธอ

    Share this

    628 reads
  • ปลายมนัส ลิ้มสุวรรณ : บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง/นักเขียนอิสระ
    1. บ่ายวันหนึ่งหลังจากเสร็จงานที่ตัวเมืองปัตตานี ก็เลยขับรถพาน้องทีมงานไปเที่ยวหาดตะโละกาโปร์ น้องๆ ซึ่งๆ อยู่ตะโละกาโปร์คือเด็กกลุ่มที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ทางมูลนิธิฯ จึงเข้าไปส่งเสริมให้ทำกิจกรรมเพื่อสร้างความเป็นเพื่อนในชุมชนและระหว่างชุมชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ทั้งในด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน และการประกอบอาชีพ ก็เลยถือโอกาสทั้งไปเที่ยวและไปดูความคืบหน้าในการทำงานของน้องๆ กลุ่มนี้ อาจเป็นเพราะช่วงนี้ปิดเทอมและอากาศก็ร้อน หาดตะโละกาโปร์ก็เลยมีคนและร้านค้าที่ชวนให้คิดถึงตอนเด็กๆ ที่เราไปเที่ยวบางแสนกับที่บ้าน ในทุกรอยยิ้มที่เราส่งให้กับคนที่มาเที่ยวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชาวมุสลิม เราได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ปนเปื้อนความหวาดระแวง!
    2. บางครั้งที่ได้ยินคำเย้ยหยันตั้งคำถามในการทำงานที่สามจังหวัดของเราว่าเราเสียสละหรือเห็นแก่ตัวที่ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัวไปทำงานช่วยใครก็ไม่รู้ที่นั่น เราท้อ วันแรกที่เรากลับถึงบ้านเมื่อสามวันก่อน เราถามว่าทุกคนคิดอย่างไรกับเส้นทางที่เราเลือก มีความคิดหลากหลายตามประสาความห่วง แต่สิ่งที่สรุปตรงกันก็คือทุกคนที่บ้านเข้าใจความคิดเรา และบอกว่า “บ้านก็คือบ้าน ทุกครั้งที่กลับมาไม่ว่าจะหายไปนานขนาดไหนก็ยังมีบ้านมีคนที่รักหนูอยู่ที่นี่” น้ำตาเรารื้นด้วยความซาบซึ้ง เราไม่ควรเก็บเอาคำพูดของคนที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตเรามาทำให้เราสั่นคลอนใช่ไหม
    3. การกลับมาอยู่บ้านเป็นความสุขสุดวิเศษ เราไม่ได้เสพย์ติดความสบายที่กลับมาบ้านแล้วไม่ต้องทำอะไรเองสักอย่างแม้แต่การเก็บที่นอน แต่เรามีความสุขกับการกิน ช่วงนี้มะม่วงในสวนเก็บเกี่ยวได้ เราเลยได้กินมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ลูกโตกว่าแขนเราทุกวัน วันที่กลับมาถึงบ้านไปเดินตลาดเย็นแล้วเจอคนเอายอดผักหวานป่ามาขาย เรากลับมาทำแกงผักหวานให้ที่บ้านกิน แค่ได้กินของอร่อยและได้ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้ที่บ้านกินก็มีความสุขแล้ว
  • kurt
    1. ย้ายที่อยู่ใหม่ ยังจัดของไม่เข้าที่เข้าทาง ก่อนหน้านี้นึกติอยู่ในใจเสมอว่าห้องใหม่เล็กกว่าห้องเก่า แต่อยู่มาได้หลายวันก็เริ่มเห็นข้อดี คือด้านหน้าอาคารเป็นที่รกร้าง ลมโกรกเย็นสบาย เลยจัดที่นอนไว้ริมหน้าต่างเสียเลย ทำให้รู้สึกว่าการนอนหลับในแต่ละคืนมีคุณภาพมากขึ้น
    2. ข้างอาคารมีคลองเล็กๆ วันก่อนไปเดินเล่น ยังเห็นชาวบ้านละแวกนั้นบ้างพายเรือ บ้างใช้เรือหางยาว แม้น้ำไม่ใสสะอาดนัก เพราะในกรุงเทพคงหาคลองที่มีน้ำใสไม่ได้แล้ว แต่การที่ยังได้เห็นผู้คนสัญจรทางเรืออยู่บ้าง รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยคลองเล็กๆ สายนี้ยังมีชีวิตอยู่
    3. เสาร์-อาทิตย์นี้ไม่ได้ออกไปไหน และไม่ร้อนรนอยากออกไปเที่ยวเตร่ที่ไหน ทำให้ได้อยู่ติดห้อง นอนอ่านหนังสือ
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม