3 สิ่งดีๆ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา

  • 20 ก.พ. 2555
    พิธาลัย ผู้พัฒน์
    นักออกแบบสิ่งทอ นักวาดภาพประกอบ

    -1-
    ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยังไม่มีงานประจำ และแน่นอนรายได้ก็ต้องไม่ประจำด้วย แต่รู้สึกเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ได้อยู่บ้าน ทำกับข้าวกินเองบ้าง ไม่ต้องเดินทางไปเจอรถติดหรือมลพิษ มีเวลาได้ปฏิบัติภาวนาบ้าง และได้รับงานวาดภาพประกอบ ซึ่งส่วนใหญ่งานเหล่านี้ ก็จะมีเพื่อนดีๆ พี่ดีๆ นำมาเสนอให้ทำ และโปรเจคส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องราวดีๆ ทั้งนั้น

    ยกตัวอย่างเช่น วาดรูปภาพประกอบให้หนังสือชื่อ "ดูแลกันในวันลืมเลือน" ที่พี่ที่น่ารักที่เรารู้จักคนหนึ่งเป็นผู้เขียนและขอให้เราวาดภาพให้ ก่อนจะวาดภาพนั้นก็จะต้องอ่านเนื้อเรื่องเสียก่อน เรื่องราวนั้นน่ารักมากๆ มีอยู่ตอนหนึ่ง เป็นเทคนิคการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมของคนทั้ง 11 คู่ อ่านแล้วก็เกิดความอบอุ่นในหัวใจ

    หรือจะอีกเล่มที่เป็นหนังสือชุดเกี่ยวกับการเยียวยา ชื่อ "พักจิตบำรุงใจ" ที่เพื่อนสนิทคนหนึ่งเป็นผู้เรียบเรียง และเราก็ได้วาดภาพประกอบในส่วนที่พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้เขียนเกี่ยวกับ 10 วิธีการปฎิบัติสำหรับการพักจิตบำรุงใจ รู้สึกได้ว่าการวาดรูปของตัวเอง ก็เป็นหนึ่งในการปฎิบัติให้เรากลับมาอยู่กับตัวเอง และทำให้เราเบิกบานได้ดีทีเดียว

    หรืออีกงานที่เพิ่งจะเสร็จไป เป็นงานออกแบบโลโก้ my city farm สวนผักคนเมือง ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ หรืออ่านข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปลูกผักแบบวิถีคนในเเมือง และมีอยู่วันหนึ่งที่ตัวเองรู้สึกเพลียๆ ไม่อยากจะทำอะไร บ่ายวันนั้นเพื่อนคนหนึ่งโทรมาหา ถามว่าว่างไหม มีงานมานำเสนอ งานที่ว่าก็คือออกแบบและวาดภาพประกอบบนปกซีดีเพลงเด็กวงสองวัย อยู่ๆ ก็ไม่รู้เรี่ยวแรงมาจากไหน ลุกขึ้น เปิดเพลงฟัง ค้นหาข้อมูล และเริ่มทำงานทันที เลยรู้ว่าจริงๆ แล้วที่เพลียน่ะไม่ใช่จากกายเลย แต่จากใจนี่เอง...

    -2-
    จากที่ตัวเองยังไม่ได้ทำงานประจำนั้น จึงได้มีเวลาสำหรับการไปเข้าอบรมสิ่งที่ตัวเองสนใจ วิชาพลังกายทิพย์เพื่อสุขภาพระดับปฐมจักระ ของคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค เป็นวิชาหนึ่งที่ไปรับการอบรมมา เพื่อนคนหนึ่งเคยไปอบรมและได้นำมาบอกต่อ วิชานี้จะต้องไปหกวันติดต่อกันโดยไม่ขาด เรียนวันละสองชั่วโมง ถ้าขาดจะโดนตัดสิทธิ์การเข้าเรียนไปเลย เราก็ไม่ได้รู้อะไรมากว่าวิชานี้เกี่ยวกับอะไร แต่คิดว่าไม่ได้เสียหายอะไร อีกทั้งสถานที่เรียนยังอยู่ใกล้บ้าน และก็ไม่มีค่าใช้จ่าย คิดว่าถ้าคุณย่าสอนคนโดยไม่ได้คิดเงินนั้น ย่อมเป็นสิ่งดีๆ ที่คุณย่าต้องการจะให้จริงๆ เราก็เลยตัดสินใจไปเรียน

    สามวันแรกก็จะมีอาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์คุณย่ามารักษาให้ก่อนเวลาเข้าเรียน คุณย่าสอนสนุกมากๆ เล่าเรื่องราวที่น่าสนใจหลายอย่างให้ฟัง เรียนรู้เกี่ยวกับพลังจักรวาล จักระต่างๆ การรักษาโรคให้ตัวเอง และผู้อื่น วันหลังๆ เราจึงลองรักษาตัวเองและผู้อื่นโดยฝึกในชั้นเรียน สิ่งที่ได้รับไม่เพียงแต่ความรู้เหล่านี้ แต่ยังเป็นเรื่องการดูแลตัวเอง การปรับกิจวัตรประจำวันให้สมดุล การมีสติ การสวดมนต์ ภาวนา การเดินลมปราณ และมีการสอนทำโยคะเพื่อรักษา และคุณย่าจะย้ำว่าให้ทำทุกวัน ให้มีวินัยในตัวเอง อาทิตย์นั้นจึงรู้สึกว่าตัวเองมีสติมากขึ้น หายใจยาวๆ มากขึ้น รู้ว่าอาหาร อากาศ และอารมณ์นั้นเป็นยารักษาโรคได้ แค่ได้มาเรียน ก็รู้สึกว่าได้บุญในขณะที่เรียนแล้ว เพราะเรามีสมาธิ และก็ได้ทำแต่สิ่งๆดีช่วงเวลาเรียนนั้น ขอบพระคุณคุณย่าเยาวเรศเป็นอย่างสูงที่เมตตาให้ความรู้แก่ศิษย์ และชวนศิษย์ทำบุญกุศลค่ะ

    -3-
    รู้สึกยินดีที่ตนเองมีกัลยาณมิตรมากมาย ไม่เพียงแต่คนรุ่นเพื่อนที่มีอายุเท่ากัน แต่ก็ยังมีรุ่นน้อง รุ่นพี่ รุ่นอา รุ่นป้า รุ่นปู่ และก็ช่างน่าแปลกใจ ว่าทำไมโลกช่างโกล้มกลม คนเหล่านี้จึงได้เวียนมาพบเจอกัน โดยรู้จักกันไม่ว่าก็ทางใดทางหนึ่ง  เวลามานั่งด้วยกันแล้วถามถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนมาพบเจอกัน โอย เรื่องยาวทีเดียว แต่สุดท้ายทุกคนก็รู้จักกันและมานั่งอยู่ด้วยกันตรงนี้ เคยรู้สึกไหมว่าบางทีคนคนนี้เพิ่งพบเจอ รู้จักกันได้ไม่นานแต่รู้สึกว่าเหมือนได้รู้จักกันมานานแล้วสามารถจะคุยได้ทุกเรื่อง หรือบางทีไม่ต้องคุยอะไรกัน นั่งกันเงียบๆ ก็เข้าใจกันได้ การมีกัลยาณมิตรดีนั้นช่างเป็นเรื่องที่ดี คอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ชักชวนกันไปทำสิ่งที่ดี คอยปรึกษาและให้กำลังใจกันและกัน ดีแค่ไหนที่มีคนตั้งหลายคนที่เราสามารถรักและยิ้มให้คนเหล่านั้นอย่างจริงใจได้ อยู่ด้วยอย่างสบายใจและปรารถนาดีต่อกัน :)

    Share this

    626 reads
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม