“รีไซเคิล” ย่อมดีกว่า “เตาเผา”
อุตสาหกรรมกระดาษและเยื่อกระดาษเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึงร้อยละ 10 ของโลก และถูกจัดเป็นลำดับที่ 4 ของอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด
พลังงานที่สูญไปจากการไม่รีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียม โลหะ กระดาษ แก้ว และพลาสติกในสหรัฐอเมริกา เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดกลางถึง 15 โรง
ในสหรัฐอเมริกา ภายใต้อัตราการรีไซเคิลขยะในปัจจุบัน คิดเป็นร้อยละ 30 ของขยะชุมชนที่จัดเก็บได้ ทำให้สามารถประหยัดพลังงานได้เทียบเท่ากับน้ำมันถึง 11,900 ล้านแกลลอน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40 ล้านตันต่อปี
การรีไซเคิลขยะกระดาษแทนการเผา สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าถึง 9 เท่า
การลดขยะคอมพิวเตอร์คือ การประหยัดพลังงานได้ถึง 1,700 เท่า หากเทียบกับพลังงานที่ได้จากการเผาขยะคอมพิวเตอร์ในปริมาณเดียวกัน
รายงานทิศทางพลังงาน 2010 ของสหรัฐอเมริการะบุว่า การผลิตไฟฟ้าด้วยเตาเผาขยะแบบใหม่ มีต้นทุนสูง 8.232 เหรียญสหรัฐต่อกำลังไฟ 1 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินถึง 2 เท่า และสูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึงร้อยละ 60 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและบำรุงรักษาเตาเผาก็สูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน 10 เท่า และมากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 เท่า
ในแง่ของการสร้างงาน หากเปรียบเทียบกันพบว่า โรงรีไซเคิลสร้างงานได้ 10 ตำแหน่ง เตาเผาขยะสามารถสร้างงานได้เพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น
ที่สำคัญ...ทุกวันนี้ กว่าร้อยละ 90 ของวัสดุใช้แล้วที่ส่งเข้าเตาเผาขยะ รวมไปถึงแหล่งฝังกลบ ยังเป็นวัสดุที่สามารถนำมาใช้ซ้ำ แปรรูปมาใช้ใหม่ และทำปุ๋ยหมักได้ แล้วทำไมถึงไม่เลือกหนทางที่ดีกว่า
เรียบเรียงจาก fact sheet เรื่อง การจัดการขยะกับภาวะโลกร้อน และเรื่อง พลังงานจากขยะ ข้ออ้างและข้อเท็จจริง โดยมูลนิธิบูรณะนิเวศ
