ขวดแก้วย่อยสลายได้หรือเปล่า ?
ป้าแตงครับ ผมอยากทราบว่าขวดแก้วสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ไหมครับ ถ้าย่อยสลายไม่ได้เพราะอะไร ทั้งๆ ที่ขวดแก้วนั้นทำมาจากทรายที่ถูกหลอมจากความร้อนใช่ไหมครับ แล้วถ้าย่อยสลายได้ มันจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เท่ากับถุงพลาสติกหรือเปล่าครับ
ด้วยความเคารพ
อิ่มอุ่น (ทางอีเมล)
อิ่มอุ่นจ๋า
โอ้โห...ถามเหมือนข้อสอบเลยอะ
ป้าต้องค้นข้อมูลให้อิ่มอุ่นเป็นการใหญ่ ซึ่งทำให้วิงเวียนเพราะต้องเจอกับตัวเลขมากมายหลายแบบเหลือเกิน อย่างของ Penn State University บอกว่ากว่าขวดแก้วจะย่อยสลายก็ใช้เวลานาน 500 ปี และถุงพลาสติก 10-20 ปี ส่วน Pocket Guide to Marine Debris ว่าขวดแก้ว 1 ล้านปี และในเว็บไซต์ไทยหลายแห่งบอกว่าต้องใช้เวลา 2 ล้านปีกว่าแก้วจะย่อยสลายได้
หรือไม่ก็ชั่วกัลปาวสาน คือไม่มีทางย่อยสลายเลย
อย่างหลังนี้มาจากเหตุผลที่ว่าแก้วมีส่วนประกอบของโมเลกุลซิลิคอนไดออกไซด์ ซึ่งยึดกันเป็นกลุ่มแบบโครงร่างผลึกตาข่ายเหมือนการยึดกันของเพชร มันจึงไม่มีทางย่อยสลาย
นั่นก็แล้วแต่ใครจะให้ความหมายการ “ย่อยสลาย” ว่าอย่างไร
ถ้าคิดว่าการย่อยสลายคือการกลับสู่สภาพธรรมชาติ บางคนก็นับว่าแก้วย่อยสลายได้ เพราะส่วนประกอบสำคัญของแก้วคือทราย กระแสลม น้ำ และพลังจากธรรมชาติอื่นๆ จะเปลี่ยนให้แก้วกลับสู่ผลึกทรายได้เอง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของแก้ว ความเป็นกรดด่างของดินบริเวณที่แก้วฝังอยู่ และปัจจัยแวดล้อมอย่างอื่น
ไม่รู้ว่าการย่อยสลายได้หรือไม่ของแก้วสำคัญกับอิ่มอุ่นอย่างไร แต่จะบอกให้ว่าแก้วที่เป็นขยะสำคัญในครัวเรือนนี้แหละที่รีไซเคิลได้ตลอดกาล
แก้วถือเป็นขยะเกรดดีอันดับต้นๆ ในการจัดลำดับศักดิ์ศรีขยะทั้งมวล ความที่ส่งรีไซเคิลง่าย ใครๆ ก็อยากรับ แก้วเป็นมิตรต่อซาเล้ง (ราคารับซื้อแก้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 เศษแก้วและขวดแก้ว กิโลกรัมละ 1 บาท)
แต่ต้องแยกสีให้ดี เพราะปัญหาของการรีไซเคิลแก้วคือความไม่สมดุลของสี
มีข้อยกเว้นเกี่ยวกับการรีไซเคิลแก้วอยู่บ้างเหมือนกัน แก้วบางชนิดก็ไม่สามารถเกิดใหม่ได้ เพราะมันเติมสารพิษบางอย่างลงไป เช่น แก้วเจียระไนมีตะกั่วออกไซด์ปนอยู่เพื่อให้แสงหักเหได้
การรีไซเคิลแก้วช่วยลดความต้องการวัตถุดิบเป็นอันมาก โรงงานผลิตแก้วไม่ต้องไปขุดทรายและแร่อื่นๆ จากผืนดิน ทุกตันของแก้วรีไซเคิลช่วยรักษาวัตถุดิบจากธรรมชาติได้ 1.3 ตัน และลดการปล่อยคาร์บอนได้ 315 กิโลกรัม
แก้วที่มาจากการรีไซเคิล 1 ใบ ช่วยประหยัดพลังงานจากการผลิตแก้วจากทราย หินปูน และโซดา
มากเท่ากับที่ให้กับหลอดไฟ 100 วัตต์ ได้นาน 4 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับดูทีวีนานชั่วโมงครึ่ง
ทุกปี สหราชอาณาจักรรีไซเคิลขวดแก้วจากครัวเรือนราว 1.5 ล้านตัน เพื่อผลิตเป็นขวดใหม่และบรรจุภัณฑ์ได้เป็นล้านตันเหมือนกัน ขวดแก้วใหม่ที่เห็นบนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นขวดแก้วรีไซเคิล บางขวดรีไซเคิลครั้งแล้วครั้งเล่ามานาน 20 ปีแล้วชนิดที่คุณภาพไม่ด้อยลงเลย
ส่วนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างอินเดีย บราซิล และไทยเอง ผู้ผลิตน้ำอัดลมและเครื่องดื่มอื่นๆ จำเป็นต้องใช้ขวดซ้ำ (รียูสจ้ะ ไม่ใช่รีไซเคิล) เพื่อลดต้นทุน
ขณะเดียวกัน ขวดสำหรับเติมเป็นที่นิยมในยุโรปและแคนาดา ในเดนมาร์ก 98% ของขวดทั้งหมดเป็นขวดแบบรีฟิล และ 98% ของขวดพวกนั้นได้คืนมาจากผู้บริโภค

ภาพ : http://greenbridge.files.wordpress.com
นอกจากจะรีไซเคิลแก้วให้เป็นแก้วแล้ว ในต่างประเทศยังใช้แก้วรีไซเคิลเป็นส่วนผสมในคอนกรีตเพื่อความสวยงาม ความแข็งแรงในระยะยาว และเพื่อให้ถ่ายเทอุณหภูมิดีกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังใช้ผลิตสุขภัณฑ์เซรามิก การผลิตอิฐ ทรายสนามกอล์ฟ ตัวกรองน้ำ และกระดาษทรายได้ด้วย
อือ...ถามคืบ ตอบศอกเลยจ้ะ
ด้วยความเอ็นดู
ป้าแตงไทย
