ทิ้งถ่านไฟฉายกับหลอดไฟกันที่ไหนดี

ภาพ : http://ecolocalizer.com/tag/green/
ไปเดินตามห้างเคยเห็นมีถังขยะให้ทิ้งถ่านไฟฉายใช้แล้ว แต่พอกลับไปห้างนั้นอีกครั้งถังขยะนั้นก็หายไปแล้ว อยากทราบว่ามีที่ไหนที่เป็นที่ตั้งถังขยะให้ทิ้งถ่านไฟฉาย ซึ่งเป็นที่ถาวรและสะดวกสำหรับประชาชนทั่วไป
Vallabhav6 (ทางอีเมล)
คุณ Vallabhav6 จ๋า
ใครก็ตามที่ถามเรื่องนี้ขึ้นมา ย่อมต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของคนเก็บขยะ
และใครๆ ที่ใส่ใจเรื่องการทิ้งขยะพิษ ก็ล้วนแต่มองหาถังขยะหรือกล่องสำหรับทิ้งซากถ่านไฟฉาย ซากแบตเตอรี่ หลอดไฟใช้แล้ว ฯลฯ กันทั้งนั้น
ส่วนใหญ่มักได้คำตอบชนิด “คลับคล้ายคลับคลาว่า...” อยู่เสมอ เช่น เคยเห็นกล่องรับทิ้งซากถ่านไฟฉายตั้งอยู่หน้าหอสมุดกลาง จุฬาฯ บ้าง ที่โรงอาหารเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ บ้าง ตามแผนกขายมือถือในห้างต่างๆ บ้าง ซึ่งมักรับทิ้งซากแบตเตอรี่หรือโทรศัพท์มือถือที่เสียแล้วเป็นหลัก หรือไม่ก็เป็นหน่วยงานหรือบริษัทใดๆ ที่ลุกขึ้นมาตั้งกล่องรับขยะพิษ แล้วก็เลิกราไปเพราะหมดช่วงโครงการ
จะเป็นเพราะว่าบ้านเราไม่ค่อยชัดเจนเรื่องการกำจัดถ่านไฟฉายและขยะพิษอื่นๆ หรือเปล่านะ กล่องรับซากถ่านซากแบตเตอรี่ถึงได้ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เป็นครั้งคราว แม้แต่ถังขยะพิษขยะอันตรายของ กทม. เองที่เคยมีอยู่ดีๆ ก็ยังอันตรธานหายไม่ให้เห็นอีกเลย
เพราะอย่างนั้นถ่านไฟฉายใช้แล้วกับขยะพิษอื่นๆ เกือบทั้งหมดถึงได้ถูกทิ้งมั่วซั่ว โลหะหนักที่เป็นส่วนประกอบของขยะเหล่านั้นก็กำลังกระจายสู่ดิน น้ำ และอากาศ
แน่นอนว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงแหล่งทิ้งขยะเหล่านี้รับเป็นคนรับพิษอันดับแรกๆ ...ถัดจากคนเก็บขยะ
การแยกขยะจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพราะว่าคนเก็บขยะไม่สมควรจะได้รับพิษจากขยะที่เราสร้างแล้วทิ้งส่งเดชเท่านั้น แต่การแยกขยะยังมีคุณูปการต่อดิน น้ำ อากาศ และกระบวนการกำจัดขยะอีกหลายสถาน
ขยะที่แยกแล้วเป็นอย่างดีมาจากบ้านเรือนจะกลายเป็นขยะเกรดเอมีมูลค่าสูงสุดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะขยะรีไซเคิล ขายให้ซาเล้ง ซาเล้งก็ชอบเพราะเป็นขยะสะอาด ส่งเข้าโรงงานรีไซเคิลก็ช่วยประหยัดพลังงานและลดการใช้สารเคมี เกรดของขยะลดหลั่นกันไปตามสภาพความปนเปและปนเปื้อน
กลับมาที่คำถามเรื่องการทิ้งถ่านไฟฉายอีกครั้ง
วิธีทิ้งถ่านไฟฉายใช้แล้วอย่างง่ายที่สุดคือ เก็บรวบรวมถ่านไฟฉายไว้ให้ได้มากหน่อย แล้วใส่ถุงดำรวมกัน ติดป้ายว่าเป็นขยะพิษ (ถ่านไฟฉายใช้แล้ว) เพื่อแจ้งคนเก็บขยะให้ทราบ แล้วกองไว้ใกล้ถังขยะที่ทิ้งประจำก็ใช้ได้แล้ว หรือถ้ามีซากถ่านไฟฉายมากมายหลายกิโล ก็สามารถโทรเรียกฝ่ายรักษาความสะอาดของเขตที่เราอยู่ให้ไปรับได้ถึงที่เลย !!
ขยะพิษอื่นๆ ก็ทำอย่างนี้เหมือนกัน แต่ขอให้แยกประเภท หลอดฟลูออเรสเซนต์ก็ใส่ปลอกกระดาษหรือกล่องที่เคยใส่มันมา ถ้าหายไปแล้วก็ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์หลายๆ ชั้นหน่อย แล้วเขียนไว้สักนิดว่า “หลอดไฟใช้แล้ว" แบตเตอรี่มือถือ กระป๋องสเปรย์ และตลับหมึกก็ทำอย่างเดียวกัน
ฮ้า ! แค่นี้เองเหรอ
ใช่แล้วจ้า ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตพระนคร ชี้แจงแถลงไขให้ป้าฟังว่า ขยะพิษที่แยกแล้วจากบ้านเรือน เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ จะถูกแยกทิ้งลงช่องรับขยะพิษอยู่ที่ท้ายรถเก็บขยะ ขยะพวกนี้จะถูกลำเลียงไปยังสถานีขนถ่าย 3 แห่งทั่วกทม. ซึ่งจะมีบริษัทเอกชนมารับไปกำจัด ด้วยการผ่านขั้นตอนบำบัดทางเคมีก่อนจะฝังกลบต่อไป
ทีนี้ ถ้าเราไม่อยากทิ้งถ่านบ่อยๆ ทิ้งถ่านมากๆ จะลองหันมาใช้ถ่านรีชาร์จก็ย่อมได้ (rechargeable battery) เวิร์กมากๆ เพราะถ่านก้อนเดียวใช้ซ้ำได้เป็นร้อยครั้ง บางคนใช้ถ่านไปแค่ 8 ก้อนใน 3 ปีก็มี
หรือถ้ายังรีรออยู่ ก็ขอแค่ว่าอย่าใช้ถ่านไฟฉายราคาถูกที่นำเข้าจากเมืองจีน เพราะเป็นถ่านที่มีคุณภาพต่ำถึงต่ำมาก ใช้วัสดุบางด้อยคุณภาพหุ้มห่อแท่งถ่าน ทำให้สารพิษ เช่น ตะกั่ว ปรอท และโลหะหนักอื่นๆ รั่วไหลออกมาได้ง่าย
ส่วนแบตเตอรี่เครื่องใช้ไฟฟ้า และถ่านชาร์จ (Li-ion และ Ni-MH)* ที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า ห้างคาร์ฟูร์ และห้างทั่วไป มีกล่องรับคืนตั้งอยู่ หรือติดต่อที่ บ. ยูมิคอร์ มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-678-1122-26 จ้ะ
ขอแถมเรื่องการทิ้งหลอดฟลูออเรสเซนต์อีกเรื่องนึง เพราะแต่ละบ้านทิ้งหลอดไฟแบบนี้โดยเฉลี่ยปีละ 3 หลอด เฉพาะปี 2547 ปีเดียวก็มีซากหลอดฟลูออเรสเซนต์มากมายถึง 41 ล้านหลอดแล้ว
หลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นของรีไซเคิลได้เกือบทั้งเนื้อทั้งตัวของมัน (95%) ทั้งแก้ว ทั้งอะลูมิเนียมที่ขั้วหลอด เว้นก็แต่สารปรอทกับผงฟอสเฟอร์ที่เคลือบหลอด ซึ่งอันตรายต่อร่างกายมนุษย์สุดๆ ถึงต้องระวังไม่ทำหลอดแตกไงล่ะ
สำหรับหลอดฟลูออเรสเซนต์ชนิดตรง นอกจากเราจะใส่ถุงดำส่งให้รถเก็บขยะแล้ว ยังส่งคืนบริษัทผู้ผลิต ซึ่งตอนนี้ตั้งโรงรีไซเคิลในบ้านเราแล้ว ถ้าหากมีปริมาณมากอาจติดต่อไปที่*
- บ. ไทยโตชิบาไลท์ติ้ง จำกัด โทร. 0-2501-1425-9
- บ. ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2652-8652
เป็นกำลังใจให้แยกขยะจ้า
ป้าแตงไทย
* ข้อมูลจาก คู่มือคัดแยกขยะฉบับสามัญประจำบ้าน โลกนี้ไม่มีขยะ? ของนิตยสาร สารคดี
