โคบอลต์ 60 รั่ว
เรื่อง อวยพร แต้ชูตระกูล
18 กุมภาพันธ์ 2543 สังคมไทยได้รู้จักสารกัมมันตรังสีชื่อ “โคบอลต์ 60” ซึ่งเป็นผลผลิตจากความฉลาดล้ำของมนุษย์ที่สามารถนำปฏิกิริยานิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์ อุตสาหกรรม และการเกษตร
แต่น่าเสียดายที่ “โคบอลต์ 60” แนะนำตัวต่อสังคมไทยด้วยเหตุการณ์น่าสะพรึงกลังที่เกิดขึ้น ณ ร้านรับซื้อของเก่าชื่อสมจิตร ซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยวัดมหาวงษ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
กลุ่มซาเล้งและผู้อาศัยในร้านค้ารับซื้อของเก่าคือเหยื่อของแท่งวัตถุอันตรายที่หมดสภาพการใช้งานจากโรงพยาบาล และเล็ดลอดออกจากสถานกักเก็บร้างไร้ผู้ดูแลของบริษัท กมล สุโกศล อิเลคทริค จำกัด เพียงเพื่อต้องการนำชิ้นส่วนที่เป็นสแตนเลสและตะกั่วออกมาขาย
แทบไม่น่าเชื่อว่า การตัดเอาชิ้นส่วนของแท่งวัตถุทรงกระบอก จะทำให้อานุภาพของสารโคบอลต์ 60 ที่บรรจุอยู่ในแคปซูลขนาดเล็กห่อหุ้มด้วยสเตนเลสและตะกั่วอีกชั้นหนึ่ง แผ่กัมมันตรังสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าออกมาจนทำให้ซาเล้ง 2 คนผู้ลงมือชำแหละชิ้นส่วน ถูกนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ และบานปลายถึงขั้นต้องมีการเก็บกู้วัตถุอันตรายดังกล่าวออกจากร้านรับซื้อของเก่าอย่างเร่งด่วน
เพียงแค่ 19 วันเท่านั้นที่แท่งโคบอลต์ 60 ปล่อยรังสีอันตรายออกมาโดยไม่มีผู้ใดรับทราบ ทำให้กลุ่มซาเล้งและเจ้าของร้านสมจิตรซึ่งได้รับรังสีในปริมาณที่มากเกินกว่าที่แพทย์จะรักษาได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา 3 ราย ส่วนคนอื่นๆ ซึ่งต่างได้รับรังสีในปริมาณที่แตกต่างกัน ก็ถึงขั้นต้องตัดอวัยวะที่เป็นแผลเน่าเรื้อรังจนกลายเป็นคนพิการ บ้างก็ต้องทำแท้ง บ้างก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคอื่นๆ บ้างก็มีลูกอีกไม่ได้ และที่สำคัญคือ ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าวันข้างหน้า คนกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบอย่างไรอีกบ้าง
สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ คือหน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าภาพของเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะมีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ หรือสารกัมมันตรังสีให้เป็นไปด้วยความปลอดภัย ทำให้บรรดาผู้ได้รับผลกระทบรวมตัวกันฟ้องร้องหน่วยงานดังกล่าวต่อศาลปกครอง ในความผิดฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลปกครองได้มีคำพิพากษาในเวลาต่อมา ให้สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติมีความผิดจริง และต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้เสียหาย
ปัจจุบันเหตุร้ายจากโคบอลต์ 60 ยังคงสร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องแก่เหยื่อเคราะห์ร้าย ทั้งด้านการเจ็บป่วย และการต่อสู้คดีความระหว่างผู้เสียหายกับบริษัท กมลสุโกศล อิเลคทริค จำกัด ในข้อหาประมาทเลินเล่อ ไม่ทำตามระเบียบของการจัดเก็บวัตถุอันตราย ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้บริษัทฯ มีความผิดและต้องชดใช้ค่าเสียหาย แต่บริษัทฯ ยื่นอุทธรณ์ โดยคดีความยังคงยืดเยื้อ
ที่มา นิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 95 เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2550
