Food, Inc.

ทั้งหมด | a | b | c | d | e | f | g | h | i | j | k | l | m | n | o | p | q | r | s | t | u | v | w | x | y | z

เมื่อสวรรค์ของนักกิน เปลี่ยนเป็น “นรกบนดิน” ในพริบตา!  … คำโปรยของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้ “คนชอบกิน” หลายๆ คนเกิดอาการผวา

นอกจากทำให้คนรู้สึก “อิน” กับเนื้อหาได้แล้ว Food, Inc. ยังเป็นที่ชื่นชมของนักวิจารณ์ว่าเป็นภาพยนตร์สารคดีที่ “แฉ” ระบบอุตสาหกรรมผลิตอาหารในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างถึงใจ และ “สยองขวัญยิ่งกว่าหนังสยองขวัญเรื่องใด” (เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์)

ภาพยนตร์เรื่องนี้แบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆ คือส่วนของเรื่องการผลิตเนื้อสัตว์  เรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชโดยเฉพาะข้าวโพด ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีบทบาทอย่างมากในอุตสากรรมอาหารแทบทุกอย่าง เรื่องของอำนาจทางเศรษฐกิจและกฎหมายของเหล่าบรรษัทผลิตอาหารขนาดยักษ์ใหญ่ ซึ่งขายอาหารราคาถูกแต่เจือปนไปด้วยสารพิษและส่วนประกอบที่ไม่มีประโยชน์ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้บริโภค โดยในตอนท้ายก็ได้เสนอทางออกอย่างคร่าวๆ ในแบบที่เราสามารถทำตามได้

เนื้อเรื่องดำเนินไปโดยผู้บรรยายหลักๆ 2 คนคือ เอริค ชลอสเซอร์ นักเขียนเจ้าของหนังสือขายดี Fast Food Nation และไมเคิล พอลลัน นักข่าวและนักเคลื่อนไหวว่าด้วยธุรกิจอาหารที่ไม่เป็นธรรม

Food, Inc. ชี้ให้เห็นว่าอาหารของคนอเมริกันทุกวันนี้เป็นอาหารที่มาจากระบบสายพานในโรงงาน ซึ่งควบคุมโดยบรรษัทข้ามชาติกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่บริษัทและเกือบทุกบริษัทให้ความสำคัญกับ “ปริมาณ” มากกว่า “คุณภาพ” และน่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาคิดถึง “กำไร” มากกว่า “ความปลอดภัย” ของผู้บริโภค โดยใช้การกล่าว - อ้างถึงความรวดเร็วและปลอดภัยของอาหาร เพื่อควบคุมกลไกทุกอย่างให้เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด 

ชะตาชีวิตเกษตรกรที่ได้ชื่อว่าเป็นคนผลิตอาหารแต่เก่าก่อน จึงถูกกำหนดโดยบริษัท โดยกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน ไม่มีอิสระในการผลิตอีกต่อไป

อีกทั้งการเมืองได้เข้ามาเชื่อมโยงกับธุรกิจอาหารอย่างแนบแน่น สร้างความชอบธรรมให้กับบริษัทต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (กฎหมายแบบที่บริษัทต้องการให้เป็น) ประชาชนจึงไม่สามารถเรียกร้องเอาผิด หรือเข้าถึง “ความจริง” ได้

การดำเนินเรื่องนอกจากใช้การเล่าเรื่อง สัมภาษณ์ การถ่ายทำจากสถานที่ต่างๆ ของระบบอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ยังมีการใช้กล้องเพื่อแอบถ่ายกระบวนการผลิต หรือการกระทำซ่อนเร้นต่างๆ เช่นการใช้แรงงานเถื่อน การฆ่าสัตว์อย่างทารุณ อีกทั้งยังเอ่ยชื่อบริษัทที่ทรงอิทธิพลต่างๆ ไว้อย่างชัดแจ้ง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกฟ้องร้องในข้อหาที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ บิดเบือน และหมิ่นประมาทบริษัทเหล่านั้น ... แต่ โรเบิร์ต เคนเนอร์ ผู้กำกับเรื่องนี้ยังยืนยันว่าทุกอย่างที่เขาได้นำเสนอล้วนเป็นความจริงที่ถูกปกปิดต่อสาธารณชนมาเนิ่นนาน

เมื่อดูจบแล้ว ถึงแม้บางประเด็นในภาพยนตร์อาจจะดูไกลตัวไปบ้างเพราะเป็นระบบอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่พอมองกันจริงๆ ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ปัญหานี้ก็ดูจะคืบคลานเข้ามาให้เห็นในบ้านเรา และมันอาจจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เกิดในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นได้
 

เรื่อง   ศศิวิมล  ปัญจมาพิรมย์

 


 

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม