Beijing Bicycle

ทั้งหมด | a | b | c | d | e | f | g | h | i | j | k | l | m | n | o | p | q | r | s | t | u | v | w | x | y | z

เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ผลกระทบจากความพังพินาศของเศรษฐกิจได้ทำให้เกิดแนวทางการทำหนังที่เรียกว่า นีโอเรียลลิสต์ขึ้นในประเทศอิตาลี  ซึ่งเป็นการทำหนังที่ถ่ายทำกันในสถานที่จริง ใช้นักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียงหรือคนธรรมดาทั่วไป เพราไม่มีทุนรอนมากพอที่จะจ้างดาราดังหรือจัดฉาก  ผลงานที่ปรากฏออกมาจึงมีลักษณะคล้ายสารคดี ส่วนเนื้อหาก็มักนำเสนอเรื่องราวความยากจนและความเสื่อมของศีลธรรมในสังคม

ในบรรดาหนังแนวนีโอเรียลลิสต์ด้วยกัน The Bicycle Thief (1948) ของวิทเทอริโอ เดอ ซิกา เป็นหนังที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นที่สุด เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของชายยากจนผู้หนึ่งที่จำเป็นต้องใช้จักรยานในการทำมาหากิน จนเมื่อวันหนึ่งจักรยานถูกขโมยไป เขาและลูกชายตัวน้อยจึงออกตามหา สไตล์ของหนังและพล็อตเรื่องอันแสนรันทดเช่นนี้นี่เอง ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำหนังรุ่นถัดๆมา ทั้งในประเทศบ้านเกิดและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่หนังไทยเรื่องทองพูน โคกโพ ของ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคคล ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน และล่าสุดที่ผมได้ดู Beijing Bicycle ของหวังเสี่ยวฉัว ผู้กำกับชาวจีน ก็ได้สานต่อเรื่องราวจากเดิมไว้อย่างน่าสนใจ

หากจะกล่าวกันตามจริง ปรัชญาหลักในการทำหนังนีโอเรียลลิสต์คือการสะท้อนสภาพปัญหาสังคม Beijing Bicycle (อย่างไรก็ตาม Beijing Bicycle ไม่จัดเป็นหนังแนวนีโอเรียลลิสต์) จึงไม่ใช่เพียงหนังบันเทิงเริงรมย์ หรือนำหนังระดับตำนานมาเลียน ‘เอามันส์’ แต่ได้คลี่คลายงานจากต้นฉบับ โดยเป็นการสะท้อนถึงปัญหาการไหลบ่าของกระแสบริโภคนิยมอันเป็นผลจากการที่จีนเปิดประเทศ
 
Beijing Bicycle เป็นเรื่องราวของก้วย เด็กหนุ่มที่รอนแรมจากชนบทเข้ามาหางานทำในเมือง ก้วยได้งานเป็นพนักงานส่งพัสดุด้วยจักรยาน โดยทางบริษัทจัดหาจักรยานเสือภูเขาอย่างดีไว้ให้ ซึ่งพนักงานต้องทำงานผ่อนส่ง เรื่องเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง จักรยานของก้วยถูกขโมยไป และเขาก็ออกตามหาเช่นเดียวกับโครงเรื่องเดิม หากแต่เขาพบว่าจักรยานที่หายไปได้ตกอยู่กับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อเจียน

เจียนเป็นเด็กนักเรียนมัธยมที่เติบโตมาในครอบครัวที่ฐานะไม่สู้ดีเท่าไรนัก เขาปรารถนาที่จะมีจักรยานเท่ๆ สักคัน จึงขโมยเงินที่พ่อสะสมไว้เพื่อซื้อจักรยานให้เขา ไปชิงซื้อจักรยานจากตลาดมืดเสียก่อน หลังจากที่เจียนมีจักรยานของตนเอง เขาก็เข้ากลุ่มขี่จักรยานผาดโผนกับเพื่อนได้โดยไม่อายใคร แถมยังพลอยมีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งมาติดพันด้วย

ดังนั้นเมื่อก้วยมาพบจักรยานของตนอยู่ที่เจียน ต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอย่างไม่ยอมกัน แม้ก้วยจะไปฟ้องพ่อของเจียนและได้จักรยานคืนมา แต่เจียนและกลุ่มเพื่อนก็พยายามติดตามแย่งจักรยานกลับคืน กว่าที่เด็กทั้งสองคนจะยอมความกันได้ก็ภายหลังจากที่แย่งชิงจักรยานกันอย่างดุเดือด

จักรยานจึงเป็นสมบัติที่มีความสำคัญกับเด็กทั้งสองอย่างยิ่ง แต่ด้วยรูปแบบของคุณค่าที่แตกต่างกัน สำหรับก้วยนั้น จักรยานเป็นเหมือนทุนชีวิตที่ใช้ในการประกอบอาชีพ และเขาต้องปั่นจักรยานจนน่องโป่งกว่าที่จะได้มันมา ส่วนเจียน จักรยานคือศักดิ์ศรีและหน้าตาทางสังคมในโลกยุคใหม่ เหมือนอย่างชนชั้นกลางในบ้านเราที่จำเป็นจะต้องมีรถขับ ขณะที่คนชั้นล่างก็กระเสือกกระสนให้ได้มา

ไม่เพียงแต่คุณค่าของจักรยานที่แตกต่างกัน หนังยังวาดภาพให้เห็นถึงวิถีการใช้ชีวิตของวัยรุ่นในเมืองที่ถูกหล่อหลอมด้วยค่านิยมจากลัทธิบริโภคนิยม และหนังก็ใช้บุหรี่เป็นสัญลักษณ์แทนการก้าวข้ามจากโลกบริสุทธิ์แบบเด็กๆ สู่มายาคติในเรื่องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของวัยรุ่น

เรื่องดูท่าว่าน่าจะลงเอยด้วยดีเพราะเด็กทั้งสองยอมความกันได้ หากเจียนไม่พบว่าเพื่อนหญิงของตนไปมีแฟนใหม่เป็นหัวหน้าแก๊งจักรยาน ศักดิ์ศรีของเจียนถูกลบล้าง เขาคว้าก้อนอิฐไปทุบหัวเด็กหนุ่มคนนั้น หลังจากนั้นเจียนก็ตั้งใจถอนกรรมสิทธิ์ คืนจักรยานให้กับก้วย แต่ถูกพรรคพวกของหัวหน้าแก๊งจักรยานรุมทำร้ายเอาเสียก่อนและจักรยานถูกกระทืบจนพัง กลายเป็นอาชญากรรมขนาดย่อม

ในโลกของบริโภคนิยม หากขาดวุฒิภาวะเพียงพอ มันก็อาจเป็นต้นทางของการก่ออาชญากรรมนั่นเอง

เรื่อง เสมอชน ธนพัธ

 

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม