Citizen Dog

ทั้งหมด | a | b | c | d | e | f | g | h | i | j | k | l | m | n | o | p | q | r | s | t | u | v | w | x | y | z
citizen dog หมานคร

เสียงปรบมือเดียวแบบดังๆ ที่หนังเรื่องนี้น่าจะได้รับ คือความกล้าหาญ ของผู้กำกับในการทำหนังสุดแหวกแหกขนบหนังไทยเรื่องอื่นๆ ที่แล้วมา ด้วยรูปแบบ Magical Realism หรือสัจนิยมมหัศจรรย์ (เป็นการนำเสนอโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งความมหัศจรรย์ดำรงอยู่คู่กัน และดำเนินไปภายใต้ตรรกะชุดเดียวกัน กล่าวอย่างง่ายๆ คือเป็นการสะท้อนสภาพความเป็นจริงของสังคมท่ามกลางเหตุการณ์มหัศจรรย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่ตัวละครไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่ผิดแปลก)

เมื่อพูดถึง Magical Realism หากใครเคยอ่านวรรณกรรมเรื่องหนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยวของกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ก็คงพอนึกออก เพราะหมานครมีการเล่าเรื่องในลักษณะเดียวกัน คือภายใต้โครงเรื่องใหญ่จะประกอบด้วยเรื่องราวมหัศจรรย์ย่อยๆมากมาย ทั้งนี้หมานครเป็นเรื่องของหนุ่มบ้านนอกชื่อป๊อดที่เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ และได้พบรักกับจิน สาวบ้านนาที่ทำงานเป็นแม่บ้านในอาคารสำนักงานเดียวกับป๊อด

บุคลิกของจินค่อนข้างแปลกเพราะเธอมักใช้เวลาว่างอ่านหนังสือปกขาวภาษาต่างด้าวที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ แต่เธอหวังว่าสักวันหนึ่งจะเข้าใจมัน จนกระทั่งวันหนึ่งจินก็เข้าใจเอาเองว่า ฝรั่งผู้หนึ่งซึ่งมีหนังสือปกขาวแบบเดียวกับเธออยู่ในขบวนประท้วงต่อต้านการใช้พลาสติก ความที่จินอยากรู้ความหมายของหนังสือเล่มนั้น จึงผันตัวเองไปเป็นนักอนุรักษ์ทำงานรณรงค์ต่อต้านการใช้พลาสติก โดยในแต่ละวันนอกจากร่วมเดินขบวนประท้วงแล้ว เธอจะเดินเก็บขวดพลาสติกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) แต่มันก็มีมากมายจนกองเป็นภูเขาเลากาอยู่หน้าบ้านเธอ ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มจมกับแนวคิดใช้ชีวิตหวนคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยการนำต้นไม้ชนิดต่างๆ มาปลูกในบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศให้เป็นป่า แต่แล้ววันหนึ่งจินก็พบว่าสิ่งที่ตนเองเชื่อมาโดยตลอดนั้น ไม่ใช่ความจริง กล่าวคือฝรั่งคนนั้นไม่ได้อยู่ ในขบวนกอบกู้โลกอะไรเลยและพวกนักอนุรักษ์ที่เดินรณรงค์ ก็ดีแต่ “เย้ว” โดยที่ไม่ได้ช่วยอะไรให้โลกใบนี้ดีขึ้น

แก่นที่คนทำหนังต้องการจะสื่อคือ สิ่งต่างๆ ที่เราเห็นหรือเชื่ออาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป โดยหนังได้ตั้งคำถามกับอุดมการณ์บางอย่างของสังคม นั่นคืออุดมการณ์ของกลุ่มคนที่ทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าสิ่งที่กระทำอยู่ทุกวันนี้ช่วยเหลือโลกจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ใช้ขวดพลาสติกเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความเชื่อที่จินสังเคราะห์เก็บมากองไว้หน้าบ้านทุกวี่ทุกวัน

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าหนังเรื่องนี้มีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจ แต่อาจเพราะใส่ใจกับรูปแบบมากจนเกินไปและยึดถือเนื้อหาตามต้นฉบับที่เป็นวรรณกรรม วิธีคิดและมุมมองของหนังจึงอ่อนบาง จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นความไร้เดียงสาของชนชั้นกลางในเมืองที่มีต่อโลก เริ่มตั้งแต่การสาดสีอุดมการณ์ให้เป็นขาวเป็นดำ ด้วยการสร้างสัญลักษณ์คู่ตรงข้ามระหว่างขวดพลาสติกกับต้นไม้โดยที่จินต้องเลือก ทั้งที่ในโลกความจริงนั้นเลือกไม่ได้ หรือมุมมองที่มีต่อขบวนประท้วงว่าเป็นอุดมการณ์เพ้อฝันเช่นที่จินมี ทั้งที่จริงแล้วสังคมมีความหลากหลายและซับซ้อนกว่านั้นมาก จริงอยู่ว่าการประท้วงบางกรณีอาจดูไร้สาระ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เบาหวิวเช่นนั้น อย่างที่ม็อบปากมูลเขาออกมาประท้วง ก็ไม่ใช่เพราะแรงปรารถนาว่าต้องการ Save the World แต่เป็นเพราะเขื่อนนั้นไปกระทบกับวิถีชีวิตของพวกเขา ไปกระทบกับพันธุ์ปลาซึ่งเป็นแหล่งอาหารและการทำมาหากินรวมถึงผูกโยงกับความอยู่รอดของชุมชนประมงริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นต้น

เพียงคิดเล่นๆ ว่า การที่คนชั้นกลางในเมืองไม่เข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนโดยบ่อยครั้งนำไปสู่การเพิกเฉยต่อปัญหา เป็นเพราะมุมมองตื้นๆ แบบ Save the World หรือเปล่า ที่ทำให้มักหลงประเด็นกันอยู่เสมอ

เรื่อง เสมอชน ธนพัธ

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม