Gleaners and I, the
ภาพชายใส่เสื้อผ้าขะมุกขะมอมเดินคุ้ยขยะตามถนนหนทาง อาจทำให้ใครหลายคนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ หรือบางคนก็อาจรู้สึกถึงความสกปรกน่ารังเกียจ ไม่ว่าจะอย่างไร ภารกิจหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของพวกเขาเหล่านั้น นับว่ามีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อการลดปริมาณขยะ
ในประเทศฝรั่งเศส การเก็บสิ่งของเหลือทิ้งถูกยอมรับโดยชอบธรรมตามตัวบทกฎหมาย และเป็นวัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติสิบทอดกันมานาน The Gleaners and I ซึ่งเป็นหนังสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนเก็บของเหลือทิ้ง ได้ยืนยันข้อเท็จจริงโดยหยิบยกภาพวาด Les Glaneuses ของ ฌอง ฟรังซัวร์ มิลเลต์ เป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นภาพของหญิงสาวสามคนกำลังก้มเก็บเมล็ดข้าวที่หลงเหลือจากการเก็บเกี่ยวของชาวนายามอาทิตย์อัสดง รวมทั้งการสืบค้นถึงต้นตอของกฎหมายที่มีการรับรองสิทธิกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4
อย่างไรก็ดี เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป กระแสบริโภคนิยมระบาด มนุษย์ถูกกระตุ้นให้เกิดความอยากอย่างไร้ขีดจำกัด ส่งผลให้ปริมาณสิ่งของเหลือทิ้งมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็นขยะ ขณะเดียวกันก็มีการเร่งตักตวงใช้ทรัพยากรอย่างไม่ยั้ง เพื่อป้อนสายพานการผลิต
มีอยู่หลายฉากทีเดียวที่หนังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งของเหลือทิ้งเหล่านั้น ตอนหนึ่งที่คนทำหนังตามถ่ายชายสองคนรื้อถังขยะหลังซุปเปอร์มาร์เก็ต สิ่งที่พบในถังขยะคือเนื้อไก่แพ็คอย่างดีและผลไม้ที่ยังดูสด หรือฉากที่พาไปเยี่ยมชมไร่มันฝรั่ง โดยมีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตและคัดแยก ซึ่งเครื่องเก็บมันฝรั่งก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก คือไม่มีตกหล่นให้ใครคนอื่นได้มาเก็บ แต่พอถึงกระบวนการคัดแยก ก็กลับมีมันฝรั่งถูกคัดทิ้งเป็นจำนวนมาก เพราะขนาดไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ คนทำหนังยังตามไปสัมภาษณ์บุคคลหลากหลายอาชีพที่เอาสิ่งของเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ เช่น ศิลปินเอาขยะมารียูสเป็นงานศิลปะ พ่อครัวหัวป่าปรุงอาหารรสเลิศจากเศษอาหารที่กำลังจะถูกนำไปทิ้ง หรือแม้กระทั่งชายผู้หนึ่งที่อวดตู้เย็น 2 เครื่องกับเครื่องใช้ภายในบ้านว่ามาจากกองขยะ และปิดท้ายด้วยการตามดูพฤติกรรมของชายอีกคนหนึ่งที่เก็บเศษผักตามพื้นถนนกินหลังจากตลาดวาย ซึ่งเขาก็ให้เหตุผลทำนองว่า ทำไมจะกินไม่ได้ ในเมื่อผักพวกนี้มีประโยชน์ทางโภชนาการ มีทั้งวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์
อันที่จริงการเก็บสิ่งของเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ไม่ใช่แนวทางที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากมีปัญหาขยะเริ่มล้นเมือง เพราะนอกจากเนื้อหาของหนังเรื่อง The Gleaners and I แล้ว ในอดีตของสังคมพุทธเองก็ตาม ก็มีการนำเอาผ้าเก่ามาฟอกย้อมและตัดเย็บใหม่ เพื่อใช้เป็นจีวรสงฆ์ตั้งแต่สมัยพุทธกาล จนเกิดเป็นประเพณีทอดผ้าป่าขึ้นในเวลาต่อมา นี่เป็นตัวอย่างเท่าที่พอนึกออกอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นปัญหาความล้มเหลวของการรณรงค์ลดปริมาณขยะในเมืองใหญ่หลายเมือง รวมทั้งประเทศไทยด้วย จึงไม่น่าอยู่ที่ว่าวิธีการเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เหนือแรงปฏิบัติ หากแต่เป็นเพราะค่านิยมใช้แล้วทิ้งของคนในสังคมนั้นมากกว่า
ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะจ่าหัวไว้ว่าเป็นสารคดี แต่ก็ไม่น่าเบื่อเหมือนอย่างที่คนทั่วไปมักคิดว่าสารคดีต้องน่าเบื่อ เพราะ แอ็กเนส วาร์ดา ในฐานะผู้กำกับ ได้เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงผ่านมุมมองที่คมคาย และสอดแทรกอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความพยายามวางบทบาทของตนในฐานะ Gleaner คนหนึ่ง เอาเป็นว่าหากพิจารณาจากชื่อหนัง เรื่องราวที่เขียนมาทั้งหมดเป็นเพียงการบอกเล่าถึง The Gleaners เท่านั้น ส่วน I ซึ่งหมายถึงวาร์ดา จะเกี่ยวข้องกับหนังอย่างไร บอกได้คำเดียวว่านี่คือความหรรษาที่อยากให้ผู้อ่านหามาชมกัน
เรื่อง เสมอชน ธนพัธ
