Fire Flies: River of light
ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยความฝันของชายคนหนึ่งกับความปรารถนาที่จะเป็น “ครู” แม้ในมิติของอาชีพ ความฝันของเขาจะกลายเป็นจริงหลังจากเนื้อเรื่องดำเนินไปเพียงชั่วครู่ แต่กับสถานการณ์จริง เขากลับพบว่าสิ่งที่เขาต้องเจอหลังจากนั้นเป็นความจริงที่ยากลำบาก เพราะมันกลับเป็นเพียงการเริ่มต้นของบทเรียนนอกตำราชิ้นสำคัญสำหรับเขาเท่านั้น
อาชีพ “ครู” ของฮาจิเมะเริ่มต้นที่โรงเรียนประถมเก่าแก่อายุราว 120 ปี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น ในแถบย่านยามะกุชิ ประเทศญี่ปุ่น บทเรียนแรกของเขา คือ “การปรับตัว” กับความหลากหลายของเด็กนักเรียนทั้ง 33 คน ความคาดหวังจำนวนมากจากผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้น และทัศนคติที่แตกต่างของเพื่อนครู
ไม่ทันที่ฮาจิเมะจะปรับตัวกับเด็ก ผู้ปกครอง และเพื่อนร่วมงานได้ บทเรียนต่อมาของเขาก็เริ่มต้นอีกครั้งจากเหตุการณ์ที่เขาพาเด็กๆ ออกไปเรียนรู้นอกโรงเรียน เด็กๆ ได้พบกับปลาที่ตายอยู่ในลำธาร และเกิดเป็นคำถามต่อสิ่งที่เห็น
“มันอาจจะมีหิ่งห้อยก็ได้” คำพูดของฮาจิเมะที่พึมพำออกมาแทนคำตอบอย่างไม่ได้ตั้งใจ และประโยคนั้นเอง ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจเรียกคืน “แสงสว่าง” จากหิ่งห้อย ซึ่งนับว่าเป็นบทเรียนทาง “ธรรมชาติ” ครั้งสำคัญในบทบาทความเป็น “ครู” ของเขาเลยทีเดียว
ตลอดระยะเวลา 101 นาทีของภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามที่จะชวนมองถึงปัญหาใหญ่ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่าย แต่ดูมีความหวัง ทั้งระบบการศึกษาที่เข้มงวดมากของประเทศญี่ปุ่น จนมีผลให้เด็กๆ ถูกกดดันจากความคาดหวังของพ่อแม่ เวลาในแต่ละวันของเด็กๆ ต้องวนเวียนอยู่กับเนื้อหาในตำราเป็นส่วนมาก โดยไม่ได้เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องราวรอบๆ ตัว ทัศนคติของผู้บริหารที่มองว่าสิ่งที่อยู่นอกเหนือตำราคือสิ่งที่ไม่มีประโยชน์สำหรับนักเรียนภายในโรงเรียน รวมทั้งทัศนคติต่อคำว่า “ธรรมชาติ” ของคนส่วนมากที่ในปัจจุบันได้ถอยห่างจากธรรมชาติจริงๆ เป็นผลให้การพัฒนาต่างๆ ได้กลายเป็นการทำลายธรรมชาติจริงๆ ควบคู่ไปด้วย
ฮาจิเมะ และเด็กๆ ทั้ง 33 คนใช้ “ศรัทธา” ที่มีต่อทั้งสายน้ำ และแสงสว่างจากหิ่งห้อยเป็นการเริ่มต้น โดยร่วมมือกันเริ่มต้นโครงงานประจำห้องว่าด้วยการเลี้ยงและเพาะพันธุ์หิ่งห้อยรวมทั้งการพัฒนาลำธารข้างๆ โรงเรียนให้อยู่ในสถานะใช้การได้สำหรับหิ่งห้อย ภารกิจที่ยากลำบากอยู่แล้วเป็นทุนเดิม กลับยังต้องเจอกับอุปสรรคจากคนรอบข้างจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยในภารกิจที่ดูจะ “ไร้สาระ” ในสายตาของพวกเขา แม้อุปสรรคเหล่านั้น จะทำให้เด็กๆ ถอดใจไปหลายครั้ง แต่ครูมือใหม่ก็ใช้ “ศรัทธา” ที่เขาเองมีต่อเด็กๆ และมีต่อธรรมชาติ มาจัดการกับอุปสรรคนั้น และยังเดิมพันกับผู้บริหารโรงเรียนด้วยว่า ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ เขาจะ “ลาออก”
แม้ตอนจบของเรื่อง ฮาจิเมะ เด็กๆ และผู้ชมจะได้พบกับแสงสว่างจาก “หิ่งห้อย” แต่ความสำเร็จของเนื้อเรื่องอาจจะไม่ใช่ความเป้าหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้เสียทีเดียว เพราะระหว่างทางของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความตั้งใจที่จะชวนมองถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า “การศึกษา” และ “ธรรมชาติ” อยู่ตลอดเวลา
เพราะมันอาจจะสำคัญเสียยิ่งกว่าว่าหิ่งห้อยจะสว่างขึ้นมาหรือไม่
เรื่อง : ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ
