ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว
แรกเริ่มเดิมที การเกษตรกรรมบนโลกใบนี้ เป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยธรรมชาติเป็นสำคัญ ความเหมาะสมว่ามนุษย์ควรจะปลูกอะไร และปลูกอย่างไร จะสัมพันธ์กับธรรมชาติ วิถีชีวิตของมนุษย์จึงมีความใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเป็นปกติ
แต่เมื่อมี “การปฏิวัติเขียว” (The Green Revolution) เกิดขึ้นบนโลก ทัศนคติดั้งเดิมที่มนุษย์จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างผูกพันก็ได้รับการเปลี่ยนใหม่ เป็นการคิดค้นวิธีการต่างๆ มาเอาชนะธรรมชาติ เพื่อให้ได้รับผลผลิตมากที่สุด และแน่นอนว่าแมลงที่เข้ามากัดกินพันธุ์พืชก็จะถูกกำจัด ทั้งที่ในความเป็นจริง มันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านั้น
“ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” เป็นหนังสือเล่มแรกของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นที่ชวนคนอ่านให้ปฏิวัติทัศนคติต่อการเกษตรกรรมกระแสหลักที่เป็นอยู่ สิ่งที่เขายืนยันคือ แม้มนุษย์จะหาหนทางในการเอาชนะธรรมชาติได้มากขึ้นเพียงใด ธรรมชาติก็ยังแสดงให้เห็นว่า ความเข้าใจที่มนุษย์มีนั้น ยังห่างไกลกับความจริงทั้งหมดของธรรมชาติอีกมาก
ดังนั้น การที่มนุษย์ไม่มีทางเข้าถึงธรรมชาติได้โดยสมบูรณ์ จึงทำให้ไม่สามารถพยากรณ์หรือควบคุมธรรมชาติผ่านนวัตกรรมต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นได้อย่างเบ็ดเส็ด ฟูกูโอกะจึงมองว่า บทบาทของเกษตรกรควรเป็นเพียง “ผู้สังเกต” กฎเกณฑ์ของธรรมชาติมากกว่าที่จะเข้าไปแทรกแซงธรรมชาติให้เป็นไปดั่งใจต้องการ โดยเสนอทางออกให้กับเกษตรกรด้วยวิธีการ “เกษตรกรรมแบบไม่กระทำ”
เกษตรกรรมแบบไม่กระทำนั้น ไม่ได้หมายถึงการปล่อยพืชพรรณที่ปลูกให้เติบโตอย่างไร้ความใยดี หากแต่เป็นการเลือกที่จะตัดกระบวนการที่ไม่จำเป็นทุกชนิด และไม่พึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก เพื่อสุดท้ายในวิถีแห่งเกษตรกรรม มนุษย์จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างอ่อนน้อม
แม้หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2518 และถอดความเป็นภาษาไทยห่างจากต้นฉบับแรกถึง 12 ปี และทุกวันนี้ก็ล่วงเลยไปกว่า 35 ปี แต่เนื้อหากลับไม่ล้าสมัยไปตามกาลเวลา มิหนำซ้ำกลับเป็นการเสนอทางออกให้กับการเกษตรในปัจจุบันที่มุ่งเน้นจำนวนผลผลิตอย่างไม่ลืมหูลืมตา
