ประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเหมืองทองลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน
เรื่อง โสธิดา นุราช สำนักข่าวประชาธรรมจังหวัดพิจิตร
23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลาประมาณ 14.00 น. นายภูเบศ จันทนิมิ ประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหากรณีเหมืองทองคำ เข้าตรวจพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้านรอบเหมืองทองคำของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด โดยเข้ารับฟังปัญหาจากชาวบ้านรอบพื้นที่เหมืองที่บริเวณวัดเขาหม้อ หมู่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร หลังจากนั้นเข้าชมสภาพพื้นที่ภายในเหมืองทองคำของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด และประชุมสรุปปัญหาหาแนวทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานราชการในจังหวัดพิจิตร ณ ศาลากลางจังหวัดพิจิตร ซึ่งประกอบไปด้วยภาคประชาชน และหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาค 3 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร อำเภอทับคล้อ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ็ดลูก จากการสรุปปัญหาและหาแนวทางแก้ไขนั้นก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ ที่ชาวบ้านได้เรียกร้องและต้องการขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ น้ำ เสียง และฝุ่น
ในเรื่องสุขภาพ ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมีเพียงการรายงานผลว่าชาวบ้านที่ได้รับการรักษานั้นเป็นโรคผิวหนัง แต่ระบุไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ทั้งยังไม่มีการลงไปสุ่มตรวจชาวบ้านในพื้นที่ แต่เจาะจงตรวจเฉพาะคนที่มีรายชื่อที่ชาวบ้านเรียกร้องไปเท่านั้น ซึ่งเห็นว่ายังมีหลายรายที่เกิดอาการผดผื่นคัน แต่ด้วยเหตุหลายๆ อย่างทำให้ไม่อาจเข้ารับการรักษาได้ และผลการตรวจเลือดหาสารพิษของชาวบ้านประมาณ 10 รายนั้น (เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552) ซึ่งระยะเวลาผ่านมาแล้วกว่าครึ่งปี แต่ก็ยังไม่ทราบผล โดยได้รับการชี้แจงว่ายังอยู่ในขั้นตอนการส่งตรวจแล็บใหญ่
ในเรื่องน้ำบริโภค-อุปโภค ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนหน้านี้ได้จัดหางบในการจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้ามาศึกษาเรื่องน้ำในพื้นที่ ซึ่งผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2553 ขณะที่ประธานในการประชุม นายภูเบศเสนอให้ทั้งชาวบ้าน บริษัท อัคราฯ และหน่วยราชการไปเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อนำไปตรวจหาสารโลหะหนักอีกครั้งหนึ่ง
ในเรื่องน้ำสำหรับการเกษตร ปัญหาสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์สร้างคันดินคั่นทางน้ำ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นนาข้าวอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา และรับน้ำฝนจากแนวเขาหม้อ แต่เมื่อมีการสร้างคันดินรอบบริเวณเขาจึงทำให้การไหลของทิศทางน้ำเปลี่ยนไป ในการประชุมได้ข้อสรุปว่าจะต้องนำผังโครงการทำเหมืองจากอุตสาหกรรมมาปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสมและไม่เดือดร้อนชาวบ้าน เนื่องด้วยว่าไม่สามารถพังคันดินนั้นออกได้เพราะเป็นข้อบังคับตามกฎหมายเพื่อปกป้องและลดอันตรายจากการทำเหมือง
ในเรื่องเสียง ยังหาข้อยุติไม่ได้จากการที่ชาวบ้านร้องเรียนให้มีการหยุดทำงานในเวลากลางคืน ทางบริษัทอัคราเพียงแต่ปรับเปลี่ยนวิธีการเล็กน้อยคือ หลังสี่ทุ่มจะหยุดการทำงานบนเขาหม้อซึ่งส่งเสียงดังบริเวณบ้านเขาหม้อ (ด้านทิศตะวันตก) แต่กลับลงไปทำงานด้านล่างเขาหม้อซึ่งค่อนไปทางหมู่บ้านดงหลงที่อยู่ตรงข้ามกัน (ด้านทิศตะวันออก) ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการแก้ไขที่จริงจัง เพียงแต่แก้ผ้าเอาหน้ารอดจากบ้านเขาหม้อ แต่ไปทำความเดือดร้อนในพื้นที่อื่นอีก
การลงมาตรวจพื้นที่ในครั้งนี้เสมือนเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ (อีกครั้ง)
