การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นไม่ได้แก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขอเพียงให้ได้สร้าง เป็นเพียงความเชื่อของนักบริหารหอคอยงาช้างที่ไม่เคยรับรู้สภาพพื้นที่ว่าลักษณะของแม่น้ำต่างกันด้วยภูมิประเทศ
2 ก.พ. 2555
ที่ผ่านมาชาวบ้านได้รวบรวมรายชื่อผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่จำนวนกว่า 5.7 พันราย และผู้มีที่ดินในเขตเหมืองประมาณ 1.6 พันแปลง ยื่นคัดค้านไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. แร่ แล้ว ดังนั้นควรให้กระบวนการค้านของชาวบ้านดำเนินไปตามกฎหมาย
30 ม.ค. 2555
ในส่วนของการคัดค้านตามกฎหมายที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งกระบวนการในการขอประทานบัตรเหมืองแร่ต่างๆ ก็น่าจะหยุดไว้ก่อน เพราะจะมีกฎหมายระเบียบให้ชาวบ้านค้านทำไม ถ้ายังดำเนินการกันต่อได้
27 ม.ค. 2555
ก่อนหน้านี้กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีได้รวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตซไปยังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จึงยังไม่อยากให้มีการผลักดันโครงการใดๆ และอยากให้รอฟังผลการยื่นคัดค้านเสียก่อน
26 ม.ค. 2555
เครือข่ายภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับกับการทำเหมืองแร่ เปิดเวทีระดมสมอง เสนอ พ.ร.บ. แร่ ภาคประชาชนที่เจ้าของปัญหา เพื่อยกเลิกกฎหมายเก่าที่เอื้อต่อนายทุนเหมืองแร่
26 ธ.ค. 2554
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานีชุมนุมยืดเยื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยได้เจรจากับกำนันในเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรเหมืองแร่โปแตชเพื่อให้ชี้แจงกรณีใบไต่สวนที่เป็นเท็จ และยังคงปักหลักรอจนกว่าจะพบ ผวจ. อุดรธานี
23 ธ.ค. 2554
รายงานการไต่สวนที่ออกมานั้นว่าบริษัทได้พูดโกหก ข้อมูลไม่ตรงกับสภาพพื้นที่จริง อย่างเช่นลักษณะของพื้นที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ราบดังที่บริษัทระบุ แต่เป็นพื้นที่โนน
22 ธ.ค. 2554
การทำหนังสือและรวบรวมชื่อคัดค้านของกลุ่มชาวบ้านที่ทำกันนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เพราะได้ระบุไว้ในกฎหมาย
19 ธ.ค. 2554
ระหว่างที่มีช่องว่างทางกฎหมายนี้ ภาคอุตสาหกรรมก็ถือโอกาสขยายเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ โดยเฉพาะระยอง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ และนครศรีธรรมราช
13 ธ.ค. 2554
การตัดสินใจกรณีเขื่อนไซยะบุรีของ 4 ประเทศเป็นความท้าท้ายใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ในขณะที่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าลาวดำเนินการก่อสร้างขั้นเตรียมการสำหรับเขื่อนโดยยังไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง
8 ธ.ค. 2554
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม