เมื่อจักรยานพับไม่ได้เข้าไปภายในรถไฟฟ้าใต้ดินไม่ได้

เรื่อง : ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ
ภาพ : กรวิกา วีระพันธ์เทพา

สำหรับกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน ความสนใจในพาหนะที่มีต้นทุนต่ำและอาศัยแค่แรงปั่นในการขับเคลื่อน อีกทั้งยังมีขนาดเล็กง่ายต่อการซอกแซกโดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนอย่าง “จักรยาน” กำลังได้รับการรณรงค์ให้คนทั่วไปหวนกลับมาเห็นความสำคัญและหันมาใช้งานกัน  แม้การปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันร่วมกับพาหนะอื่นๆ บนท้องถนนเป็นระยะทางไกลๆ เป็น 10-20 กิโลเมตรขึ้นไปจะเป็นไปได้ยาก  แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่พอเป็นตัวช่วยให้ชีวิตประจำวันเช่นนั้นเกิดขึ้นได้จริงง่ายขึ้นก็คือ การนำจักรยานโดยสารร่วมไปกับรถโดยสารสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าบีทีเอส   

ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินถือได้ว่าเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่มีเส้นทางการเดินรถผ่านจุดสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ไม่น้อย
 
รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (รถไฟฟ้า MRT) มีสถานีทั้งหมด 18 แห่ง เริ่มต้นจากบริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวถนนพระรามที่ 4 และไปสิ้นสุดบริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ ผ่านจุดสำคัญๆ เช่น สถานีรถไฟหัวลำโพง ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สวนลุมพินี ห้วยขวาง แยกรัชดา ตลาดนัดสวนจตุจักร ฯลฯ

ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสมีเส้นทางครอบคลุมย่านการค้าและที่อยู่อาศัยจุดใหญ่ๆ แบ่งเป็น 2 สาย คือ สายสุขุมวิทและสายสีลม  โดยสายสุขุมวิทเริ่มจากบริเวณสุขุมวิทซอย 81 และสิ้นสุดบริเวณสถานีขนส่งสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ (ตลาดหมอชิต) มีสถานีจำนวน 17 แห่ง โดยผ่านจุดสำคัญๆ เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สยามสแควร์ สถานีขนส่งเอกมัย ฯลฯ  ขณะที่สายสีลมเริ่มจากเชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน (สะพานสาทร) ฝั่งกรุงเทพ ฯ และไปสุดบริเวณหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ มีสถานีจำนวน 9 แห่ง โดยผ่านจุดสำคัญๆ เช่น สนามกีฬาแห่งชาติ ท่าเรือสะพานตากสิน วงเวียนใหญ่ ฯลฯ

การดำเนินงานของระบบทั้งสองมีความต่างกันตรงที่รถไฟฟ้าใต้ดินมีรัฐบาลเป็นเจ้าของโครงการ โดยมอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้ดูแล ซึ่งเปิดโอกาสให้ทาง บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL เข้ามาบริหารจัดการการเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน  ส่วนการดำเนินงานของรถไฟฟ้าบีทีเอสมีกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าของโครงการ และดำเนินการโดยบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ระบบขนส่งสาธารณะทั้งสองเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ (Mass Transit) ที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายคนจำนวนมากให้ถึงปลายทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว มีขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายโดยประมาณอยู่ที่ 8,000 - 40,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง ทำให้นโยบายการจัดการของระบบขนส่งทั้งสองจึงต้องคำนึงถึงลักษณะพื้นฐานข้อนี้

แต่เมื่อพูดถึงการสนับสนุนให้จักรยานเดินทางร่วมไปกับระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าทั้งสองรูปแบบยังมีความต่างกันอยู่บ้าง คือรถไฟฟ้าใต้ดินอนุญาตให้นำจักรยานที่พับได้เท่านั้นเข้าไปได้ แต่รถไฟฟ้าบีทีเอสจะอนุญาตให้จักรยานทุกประเภทโดยสารร่วมทางไปได้

พลตรีชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ให้ข้อมูลว่า เนื่องด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินมีรัฐบาลเป็นเจ้าของโครงการ ทำให้ต้องอยู่ภายใต้กฎของกระทรวงคมนาคม  ซึ่งระบุไว้ว่าขนาดของสัมภาระที่นำเข้ามาต้องไม่ใหญ่เกินกว่าที่เจ้าของจะนำเข้าไปได้ด้วยตัวเอง  ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสจะมี กทม. เป็นเจ้าของโครงการ ก็จะเป็นเทศบัญญัติ ซึ่งจะเป็นคนละฉบับกัน
 
“เรานับว่าจักรยานเป็นสัมภาระอย่างหนึ่ง และด้วยกฎที่เป็นแบบนั้น จึงอนุญาตจักรยานแบบที่พับได้เท่านั้น เพราะจะทำให้มีขนาดที่เล็กพอที่จะพกพาไปได้ด้วยตัวเอง  ซึ่งเราก็ยืดหยุ่นมาจากเดิมแล้วด้วย เพราะถ้าทำตามกฎกระทรวงก็จะเข้าไม่ได้เลย”

พลตรีชาติชายเพิ่มเติมว่าด้วยเหตุที่รถไฟฟ้าใต้ดินเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ต้องการความรวดเร็วและปลอดภัยให้กับผู้มาใช้ระบบ  การทำงานจึงต้องคำนึงถึงคนส่วนมากที่มาใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ  ถ้ามีคนที่ขี่จักรยานคันใหญ่ๆ นำจักรยานเข้ามา แล้วเกิดเหตุไม่คาดคิด จะเป็นความเสียหายที่ใหญ่มาก  อีกทั้งถ้าพูดถึงจำนวนคนใช้จักรยานในปัจจุบันจริงๆ ก็ยังน้อยมาก ถึงขนาดที่ยังคิดเป็นเปอร์เซ็นไม่ได้

 “เราเห็นความสำคัญของการนำจักรยานเข้ามาใช้ เพราะถือว่าเป็นพาหนะที่ข่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อม และเป็นหนึ่งในระบบส่งต่อที่สำคัญ  แต่เราไม่สามารถให้จักรยานเต็มๆ ทั้งคันเข้ามาได้ เพราะเมื่อนำจักรยานทั้งคันไปจอดในขบวน ก็จะไปกระทบสิทธิของผู้โดยสารส่วนใหญ่  เราคงต้องดูแลคนส่วนใหญ่  สมมุติเข็นรถขึ้นมาแล้วประตูปิดหนีบ รถล่าช้าไปสิบนาที ในขบวนซึ่งมีคน 800-900 คน คงไม่พอใจกัน  ส่วนที่ว่าทำไมที่อื่นถึงเข้าได้ ก็คงเป็นดุลยพินิจของแต่ละที่ไป”

เมื่อถามว่าจะเป็นไปได้ไหม ถ้าในอนาคต มีจักรยานขนาดเล็กและสามารถพกพาเข้าไปด้วยตัวเองได้แต่พับไม่ได้จะอนุญาตให้เข้าไปได้หรือไม่   ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บมจ. รถไฟฟ้ากรุงเทพ กล่าวว่า

“คงจะเป็นไปได้ยาก เพราะมันคงจะเป็นข้อถกเถียงกันพอสมควร เพราะความถูกต้องของแต่ละคนคงจะไม่เท่ากัน  ถ้าเราอนุญาตให้กับจักรยานที่มีล้อเดียว ปั่นแบบยืน มีขนาดเล็ก แต่พับไม่ได้  ก็จะมีคนนำเหตุผลนี้มาถกเถียงกับคนที่จะเอาจักรยานที่พับไม่ได้แต่มีขนาดใหญ่เข้ามาอีก”

เมื่อถามความเห็นของอีกด้านหนึ่งนั่นก็คือผู้ใช้จักรยาน  มงคล วิจะระณะ หรือ น้าหมี รองประธานสมาคมจักรยาน เพื่อสุขภาพไทย แสดงความเห็นถึงการจำกัดประเภทจักรยานเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินไว้ว่า

“ในปัจจุบันคนขี่จักรยานก็เพิ่มมากขึ้น ทั้งในแง่รถพับ รถที่พับไม่ได้ ทั้งเสือหมอบ เสือภูเขา  ส่วนการที่จะนำจักรยานโดยสารไปกับรถไฟฟ้าใต้ดินขึ้นอยู่กับนโยบายของเขาด้วย  ถ้าเขาว่าลงได้ มันก็ลงได้  ถ้าเขาว่าลงมันไม่ได้ ยังไงมันก็ลงไม่ได้  โดยเขาจะอ้างว่า การทำจักรยานธรรมดาโดยสารกับรถไฟฟ้าใต้ดินไปกระทบเรื่องความปลอดภัย เลยอนุญาตเฉพาะรถพับ  แต่ถ้าคุณไม่พับ เขาก็ไม่ให้ลง ซึ่งผมว่ามันน่าจะให้เข้าทั้งรถพับได้ พับไม่ได้ เพราะคนขี่จักรยานก็ไม่ได้มีจำนวนมากมายที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับรถไฟฟ้าใต้ดิน  ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงไม่อนุญาต  และในส่วนว่าอาจทำให้เกิดอันตรายหรือไม่ มันก็อยู่ที่ระบบความปลอดภัยของสถานีเขาด้วย”
 

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม