“หมอคนหนึ่ง” และ “จักรยานหลายคัน” ที่ด่านซ้าย

เรื่องและภาพ: สุเจน กรรพฤทธิ์

ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 600 กิโลเมตร ที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย เมืองที่ทั้งเมืองมีถนนสายหลักพาดผ่านเพียง 1 สาย มีทางสายรองซึ่งเป็นถนนภายในตัวอำเภออีกไม่เกิน 3 สาย และถนนทุกสายมีเส้นทางขึ้นเนินสูงต่ำห่างกันเป็นระยะ  ด่านซ้ายถือเป็นอำเภอในหุบเขาที่ทางเข้าถึงสูงชันและคดเคี้ยวมากที่สุดแห่ง หนึ่งในประเทศไทย

เชื่อหรือไม่ว่า หากเทียบเป็นอัตราส่วน อัตราการครอบครองจักรยานของที่นี่อาจมีสูงที่สุดของประเทศ

โดยเฉพาะจักรยานเสือภูเขายี่ห้อดังอย่าง Giant ,Trek , Merida ที่นี่มีชุกชุมยิ่งกว่ารถมอเตอร์ไซค์

เรื่องราวทั้งหมดที่เราได้ไปเห็น มีจุดเริ่มเมื่อ 8 ปีก่อน

ปี 2549 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย  ภาพที่คนไทยเห็นจนเจนตาทางสปอตโฆษณาทีวีบ่อยครั้งคือการส่งเสริมการเต้น แอโรบิกตามสวนสาธารณะในเมืองที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

ที่ด่านซ้าย กระแสการออกกำลังกายก็ “ฮิต” ไม่แพ้ที่อื่น มีการตั้งกลุ่ม ตั้งชมรมการออกกำลังกายขึ้นมาจำนวนหนึ่ง

สำหรับนายแพทย์ภักดี สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ด่านซ้าย ที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพอนามัยของคนเมืองด่านซ้าย กระแสแบบนี้แม้ว่าจะเกิดจากนโยบายและคำสั่งรัฐ คุณหมอก็มองว่าเป็นกระแสที่ดี

เพียงแต่คุณหมอมองว่าคนไข้ในด่านซ้ายมีหลายกลุ่ม  บางคนสุขภาพมิได้เอื้ออำนวยพอสำหรับการออกแรงเต้นแอโรบิกหนักๆ  บางคนไม่ชอบเสียงจากเครื่องเสียงที่แผดดังแสบแก้วหู  และบางคนชอบกิจกรรมการออกกำลังกายแบบอื่นมากกว่า

“ผมก็ไม่เห็นอะไรเหมาะเท่าจักรยานที่น่าจะนำเสนอเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง  ด่านซ้ายเป็นเมืองอยู่ในหุบเขา  ภูมิประเทศเต็มไปด้วยเนิน  จักรยานที่เหมาะสมก็ต้องเป็นจักรยานเสือภูเขา (mountain bike) เพราะจะมีเกียร์ช่วยทดแรงเวลาปั่นขึ้นที่สูงและควบคุมจักรยานในสภาพถนนที่มี ความทุรกันดารได้ดีกว่าจักรยานประเภทอื่น”

ความคิดของคุณหมอเกิดจากการที่สองล้อเป็นเพื่อนตายมาตลอดนับตั้งแต่คุณ หมอมาประจำการที่โรงพยาบาลแห่งนี้เมื่อ 20 ปีก่อน  จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางจากบ้านพักมาที่ทำงาน ไปจ่ายตลาด จนกระทั่งการเดินทางไปประชุมกับทางราชการในตัวเขตเทศบาล

แต่จะทำอย่างไรให้สังคมต่างจังหวัดที่ไม่ลังเลกับการสละเงินเป็นแสนๆ ซื้อรถกระบะ สละเงินเป็นหมื่นๆ ซื้อจักรยานยนต์ซึ่งปล่อยมลภาวะมหาศาล  ในขณะที่การซื้อจักรยานดีๆ สักคันในราคาหมื่นต้นๆ และไม่ปล่อยมลภาวะ ดีต่อสุขภาพ ไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น เป็นเรื่องที่ต้องคิดแล้วคิดอีก

ด้วยมันถูกให้ความหมายว่ามีค่าเท่ากับ “ของขี่เล่น” เท่านั้น

“ผมคิดว่าเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของคน  แน่นอน ด่านซ้ายเป็นเมืองในภูเขา จักรยานธรรมดาไม่ไหวแน่ แต่คนกลับรู้สึกแพงกับจักรยานชนิดนี้  ผมกลับคิดว่าทีเสียเงินไปกับอย่างอื่นเช่นรถมอเตอร์ไซค์ที่อันตรายกว่า รถกระบะที่มีราคาสูงกว่ามาก แถมยังเปลืองน้ำมัน ทำไมถึงตัดสินใจได้อย่างไม่ลังเล  ผมจึงลองเปลี่ยนวิธีคิดโดยเริ่มจากบุคลากรในโรงพยาบาล”

คุณหมอภักดีเริ่มต้นจากการเสนอให้ลูกจ้างชั่วคราวที่ต้องส่งเงินเดือน ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนสวัสดิการลูกจ้างชั่วคราวของโรงพยาบาลทุกเดือน นำเงินออกมาซื้อจักรยานดีๆ ลอตใหญ่ ซึ่งจะซื้อได้ในราคาถูกกว่าการที่แต่ละคนจะไปซื้อแบบปลีกค่อนข้างมาก โดยให้กองทุนออกเงินไปก่อนแล้วผ่อนใช้โดยมีดอกเบี้ยต่ำ และผลกำไรทั้งหมดก็จะกลับเข้าสู่กองทุนของพนักงานลูกจ้างขั่วคราวต่อไป

กระแสฮิตจักรยานที่เมืองด่านซ้ายเริ่มต้นจากตรงนี้เอง

เมื่อบุคลากรของโรงพยาบาลใช้ มันก็เริ่มกลายเป็นที่ตั้งคำถามของคนรอบข้างพวกเขา ยังไม่นับการแนะนำให้คนไข้ออกกำลังกายโดยแพทย์ในโรงพยาบาลที่เริ่มหันมาฮิต ขี่จักรยานกันมากขึ้น

จักรยานถูกสั่งซื้อมามากขึ้น  ส่วนหนึ่งฝากบุคลากรของโรงพยาบาลมาซื้อ  ส่วนหนึ่งซื้อเองโดยได้แรงบันดาลใจ

ภาพ: www.dansaihospital.com

กิจกรรมเกี่ยวกับจักรยานถูกจัดขึ้นบ่อยครั้ง จนในที่สุดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีการรวมกันของคนรักการขี่จักรยานในนาม “ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเมืองด่านซ้าย” ซึ่งคุณหมอภักดีและผู้บริหารท้องถิ่นสาขาต่างๆ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยจะมีกิจกรรมจัดการแข่งขัน กิจกรรมพบปะ ทัวร์ทางวัฒนธรรมอยู่เป็นระยะ

ห้าปีที่ผ่านมา เมืองด่านซ้าย โดยเฉพาะในเขตเทศบาล จากไม่เคยมีคนปั่นจักรยานเลย มาวันนี้จักรยานได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่คนในเขตเทศบาลใช้ ปั่นไปทำงาน ปั่นออกกำลังกาย  และปั่นไปเที่ยว

 ผู้ป่วยของคุณหมอคนหนึ่งเป็นมะเร็งและน่าจะเสียชีวิตภายในเวลา 1 ปี  ทว่าชีวิตของเขายืนยาวต่อมาอีก 2 ปี จากการหันมาปั่นจักรยานอย่างจริงจังจนสุขภาพแข็งแรงขึ้น แม้ว่าท้ายที่สุดเขาจะต้านมะเร็งไม่ไหวก็ตาม

คนรู้จักของคุณหมอรายหนึ่งยกมือท่วมหัว เมื่อลูกชายเลือกที่จะขอพ่อซื้อจักรยานแทนการขอซื้อมอเตอร์ไซค์ ซึ่จะทำให้เขาได้รักษาชีวิตของลูกชายไว้จากการเอารถชนิดนี้ไปแข่งขันกับ เพื่อนๆ

โบนัสที่ตามมาคือการลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าน้ำมันรถที่ปัจจุบันมีแต่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน

“สังคมสองสังคมนี้ต่างกันมาก  สังคมของคนขี่จักรยานเวลาขับมาเจอกันจะยกมือทักมายกันแม้ว่าเขาจะไม่รู้จัก กัน มีแต่ความเป็นมิตรเพราะเข้าใจหัวอกคนปั่นจักรยานด้วยกัน ขณะที่สังคมของคนขี่มอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะพวกที่ชอบแข่งขันแต่งรถ เอาแต่หาเรื่องกัน เขม่นกัน และผลที่ตามมาคือได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ต่างกับจักรยานที่ยิ่งเล่นยิ่งได้เรื่องสุขภาพและมิตรภาพ” คุณลุงท่านหนึ่งในด่านซ้ายบอกกับเรา

ปัจจุบันที่ด่านซ้ายมีจักรยานอยู่ไม่น่าจะต่ำกว่าครึ่งพันคัน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชาการที่คาดว่าจะมีจำนวนเป็นหลักพัน ในเขตเทศบาล

แน่นอน นอกเหนือจากส่งผลเรื่องสุขภาพคนเมืองที่จะดีขึ้น สิ่งที่ตามมาคือปริมาณใช้น้ำมันของคนเมืองด่านซ้ายลดลง อันจะส่งผลต่อดีสภาวะแวดล้อมโลก

ปีนี้ (2553) ถูกประกาศให้เป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 10 ปี และมีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2300 พื้นที่บนโลกบางส่วนอุณหภูมิจะสูงขึ้นจนไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยของมนุษย์

เรื่องราวที่ด่านซ้ายบอกเราว่าเจตนาในการปกป้องตัวเองของมนุษย์  หลายครั้งก็นำไปสู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้

เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นความจริง
ตัวอย่างคือ...

เวลาเรากินพืชผักที่ไม่ได้มาจากการตัดต่อพันธุกรรม (GMO) และปฏิเสธสินค้าเหล่านั้น เราไม่รู้ตัวหรอกว่าเรากำลังช่วยส่งเสริมการรักษาพืชพันธุ์ดั้งเดิมและรักษา ความหลากหลายทางชีวภาพของโลก

การปฎิเสธถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ เราไม่รู้ตัวหรอก ว่านอกจากจะฝึกให้เราใช้ถุงผ้าอย่างคุ้มค่าแล้ว เรายังช่วยโลกประหยัดทรัพยากรน้ำมันที่มีอยู่จำกัด และช่วยชะลอการขุดน้ำมันขึ้นมาเผาจนก่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้น บรรยากาศโลกได้อย่างมาก

ตอนนี้คนส่วนหนึ่งที่ด่านซ้ายกำลังอยู่ในกระบวนการนี้อย่างไม่รู้ตัวเช่น กัน เพราะนอกจากการขี่จักรยานจะปกป้องสุขภาพของพวกเขาเองแล้ว พวกเขาไม่รู้ตัวหรอกว่าทุกครั้งที่ออกแรงถีบบันไดและเปลี่ยนเกียร์เพื่อให้ สองล้อเคลื่อนไปข้างหน้า

พวกเขากำลังปกป้องโลกใบนี้และสร้างสังคมที่น่าอยู่ด้วย

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม