“แยกขยะ” ภารกิจที่เต็มไปด้วยคุณค่า

เรื่อง : ขวัญชาย ดำรงค์ขวัญ

เมื่อเราใช้สอยสิ่งใดๆ จนไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ได้อีกแล้ว เราก็จะทิ้งลงถัง และเรียกขานมันว่า “ขยะ”  แต่ในความเป็นจริงวัสดุต่างๆ ถ้าได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ก็ยังสร้างทั้งมูลค่าและคุณค่าได้อีกไม่น้อย ซึ่งเราอาจเรียกใหม่เป็น “ทรัพยากร”

ในปี 2551 ทั่วประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยประมาณ 15.03 ล้านตัน เฉลี่ยวันละ 41,064 ตัน (ไม่รวมขยะก่อนทิ้งลงถัง) สามารถแยกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
 - ขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหารต่างๆ 46%
 - ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ 42% 
 - ขยะบางประเภทซึ่งย่อยสลายยากและมีแหล่งรับซื้อน้อย เช่น น้ำมันพืชใช้แล้ว เศษไม้ กล่องโฟม รองเท้าหนัง 9% 
 - ขยะอันตรายที่ต้องระมัดระวังในการจัดเก็บ เช่น หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ 3%

จากทั้งหมดที่เราเรียกว่าขยะข้างต้น มีเพียงประมาณ 10% ที่ควรนำไปเข้าเตาเผาขยะหรือฝังกลบ  แสดงว่าขยะที่เป็นขยะจริงๆ มีน้อยมาก ยังมีข้าวของที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (รียูส) ได้อีก และที่หมุนเวียนแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ (รีไซเคิล) ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พบว่าศักยภาพของวัสดุเหลือใช้ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์จากมูลฝอยที่เก็บขนได้ทั่วประเทศมีประมาณร้อยละ 16.34 แต่มีเพียงร้อยละ 7 หรือประมาณ 2,360 ตันต่อวันเท่านั้นที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์จริง

อุปสรรคอย่างหนึ่งของการนำขยะจากแต่ละบ้านหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ก็คือในแต่ละวันเรายังทิ้งขยะแต่ละประเภทรวมกันในถังเดียว  ขยะที่ควรจะรีไซเคิลได้หลายชนิดจึงพลอยเปรอะเปื้อนไปด้วย ทำให้ขยะเหล่านั้นไม่สามารถนำมาแปรรูปและหมุนเวียนใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับขยะที่ถูกแยกไว้ตั้งแต่แรก

การแยกขยะจึงเป็นก้าวแรกของการลดปริมาณขยะและนำขยะไปใช้อย่างเต็มศักยภาพที่ทุกคนน่าจะช่วยทำได้
 

“มนุษย์” คือเทคโนโลยีคัดแยกที่ดีที่สุด
“ไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถแยกขยะชนิดนั้นออกจากขยะชนิดนี้ได้ดีเท่าฝืมือของมนุษย์” ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลย โดยเฉพาะเมื่อเราแยกขยะตั้งแต่ที่บ้าน  ด้วยเหตุที่บ้านเรือนเป็นต้นทางของขยะมากกว่าที่สาธารณะอย่างตลาดหรือริมถนนเป็นไหนๆ   แต่ทุกวันนี้บ้านเรือนส่วนใหญ่ส่งขยะให้กทม. หรือเทศบาลจัดการ โดยไม่คัดแยกชนิดออกจากกัน เศษอาหาร กระดาษหนังสือพิมพ์ ถุงพลาสติก หรือแม้แต่หลอดไฟ จึงรวมอยู่ในถังเดียวกัน  และที่สำคัญสารพิษจากขยะอันตรายที่ไม่ถูกแยกออกมาอย่างถูกต้อง อาจจะนำอันตรายมาสู่ทั้งคนในบ้านและพนักงานเก็บขยะด้วย

ขยะแต่ละชนิดมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน  เพื่อให้การแยกขยะมีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง ก่อนจะตัดสินใจทิ้งอะไร เรามาทำความรู้จักเคล็ดลับในการคัดแยกสักหน่อยดีกว่า

ขยะอินทรีย์
 - อาหารที่กินเหลือ ถ้ายังไม่ค้างคืนจนบูด สามารถนำไปเลี้ยงสัตว์ได้  รวมกันหลายๆ วัน ก็ประหยัดไปไม่น้อย
 - ไม่ควรฝังกลบเศษอาหาร เพราะการย่อยสลายในสภาพไร้ออกซิเจนจะทำให้เกิดก๊าซมีเทนตามมา  แทนที่จะฝังกลบหรือใส่ถุงก๊อบแก๊บผูกปากแน่นทิ้งไป เราสามารถนำมันมาเป็นส่วนผสมในปุ๋ยหมักได้
 - เปลือกผลไม้รสหวานใช้ทำน้ำหมักชีวภาพไว้ดับกลิ่นในท่อน้ำ ห้องน้ำ และนำไปรดน้ำต้นไม้ได้

กระดาษ
 - หลังจากใช้ประโยชน์จากกระดาษประเภทต่างๆ ได้ทุกซอกทุกมุมแล้ว ถ้าแยกประเภทกระดาษก่อนนำไปขาย จะทำให้ได้ราคามากกว่าขายเหมารวมเป็นกองเดียว ยกเว้นกระดาษทิชชูและกระดาษเคลือบพลาสติกที่ขายไม่ได้
 - ควรเก็บกระดาษแยกไว้ในที่ซึ่งไม่ชื้นแฉะและสกปรก เพราะจะทำให้คุณภาพในการรีไซเคิลลดลง

พลาสติก
 - ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว ยังใช้ซ้ำได้อีก
 - เมื่อแน่ใจว่าขวดพลาสติกใช้ซ้ำไม่ได้แล้ว ควรล้างให้สะอาดและบีบให้แบน เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการเก็บให้มากที่สุด
 - ขวดพลาสติกมีหลายประเภท ราคารับซื้อแต่ละประเภทก็แตกต่างกันออกไป  ในประเทศไทย มักจะรับซื้อแบบเหมารวมทั้งหมดแล้วนำไปแยกเองทีหลัง

แก้ว
 - แม้แก้วจะย่อยสลายไม่ได้ แต่มันสามารถรีไซเคิลได้ 100%
 - ล้างขวดแก้วให้สะอาดเพื่อง่ายต่อการรีไซเคิล
 - ขวดแก้วใช้แล้ว ถ้ายังอยู่ในสภาพใช้การได้ โรงงานผลิตเครื่องดื่มหรือสินค้านั้นๆ ยังรับกลับมาทำความสะอาด และใช้ซ้ำได้อีกถึงอย่างน้อย 30 ครั้ง  แต่ถ้าขวดแก้วเสียหายจนใช้ซ้ำไม่ได้อีก สามารถนำไปหลอมเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีกนับครั้งไม่ถ้วนและให้คุณภาพไม่ต่างจากเดิม  ทั้งนี้การหลอมแก้วจากวัสดุรีไซเคิลยังใช้ความร้อนน้อยกว่าหลอมจากวัตถุดิบโดยตรงอีกด้วย

โลหะ
 - โลหะมีหลายประเภท ซึ่งมีราคาแตกต่างกัน  ก่อนนำไปขายควรทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อง่ายต่อการจัดการ และถ้าแยกประเภทของโลหะจะทำให้ได้ราคาสูงกว่าเดิม
 - เหล็กสามารถรีไซเคิลได้ 100% และยังคงคุณภาพเดิม เช่น กระป๋องเครื่องดื่มบางชนิด ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหาร อาจหลอมรวมเพื่อนำไปผลิตเป็นวัสดุต่างๆ ได้อีกมากมาย เช่น คลิปหนีบกระดาษ กระป๋องใบใหม่ ชิ้นส่วนจักรยานและรถยนต์
 - ห่วงเปิดกระป๋องน้ำอัดลมนำไปบริจาคเพื่อทำเป็นขาเทียมได้

ขยะอันตราย
 - อย่านำขยะอันตรายไปปนรวมกับขยะประเภทอื่นอย่างเด็ดขาด เช่น หลอดไฟ แบตเตอรี่ กระป๋องสเปรย์ ขวดน้ำมันเครื่อง ขวดยาฆ่าแมลง ตลับหมึกพิมพ์
 - แยกขยะอันตรายโดยเก็บใส่บรรจุภัณฑ์เดิมหรือห่อด้วยกระดาษก่อนทิ้ง

อื่นๆ
 - คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดใช้รีไซเคิลได้ โดยส่วนประกอบภายใน เช่น พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง ฯลฯ สามารถนำมาแยกชิ้นส่วนเพื่อขายได้
 - โทรศัพท์มือถือรีไซเคิลได้ถึง 80%  ง่ายที่สุดคือนำกลับไปคืนร้านที่ซื้อมาหรือหย่อนลงในกล่องที่รับบริจาคซากไปใช้ประโยชน์ เช่น ร้านขายมือถือ สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาล

เมื่อ “ขยะ” ในชีวิตประจำวันของเราแฝงไว้ทั้งคุณค่าและมูลค่ามากมาย ศักยภาพที่เราสามารถจัดการได้ก็คือ ช่วยกันดึงศักยภาพที่ขยะมีออกมาใช้ให้เต็มที่ 

วิธีที่ทำได้ง่ายๆ วิธีหนึ่งก็คือการ "แยกขยะ" นั่นเอง

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม