ชาวบ้านเขาหม้อหวั่น เดินหน้าค้านเหมืองอัคราฯ ขยายโรงงาน

เรื่อง โสธิดา นุราช สำนักข่าวประชาธรรมพิจิตร

เช้าวันนี้กลุ่มชาวบ้านเขาหม้อ จังหวัดพิจิตร ผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด  จำนวนกว่า 30 คน  ได้ไปยื่นหนังสือคัดค้านการขยายโรงงานของบริษัท อัคราฯ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ที่ศาลากลางจังหวัด  แต่ผลที่ได้รับคือ นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรไม่เซ็นต์รับหนังสือของชาวบ้าน  อ้างว่าหน้าที่นี้มีคนรับเรื่องอยู่แล้วมิใช่ตน
 
หนังสือคัดค้านมีเนื้อหาการคัดค้านเนื่องจากการที่บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด ได้ยื่นขออนุญาตขยายโรงงานต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร ซึ่งจะทำให้มีปริมาณการใช้วัตถุดิบที่เป็นสารเคมีอันตรายเพิ่มขึ้นปริมาณมาก ทั้งนี้ตามประกาศแจ้งข้อมูลโรงงานที่จะขออนุญาตระบุว่า จะมีการใช้โซเดียมไบซัลไฟท์ 30 ตัน/วัน และโซเดี่ยมไซยาไนด์ 6.6 ตัน/วัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก  อีกทั้งชาวบ้านยังไม่เคยได้รับการชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขยายโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายจากผู้ขออนุญาต  นอกจากนี้จากข้อมูลโรงงานที่ขออนุญาตเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมและการปัองกันระบบกำจัดไซยาไนด์ โดยเติมอากาศกับแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในถังกำจัดไซยาไนด์ พร้อมโซเดียมไบซัลไฟต์และคอบเปอร์ซัลเฟต เพื่อเปลี่ยนไซยาไนด์เป็นรูปอิสระจนมีความเป็นพิษไม่เกิน 20 ส่วนในล้านส่วน สำหรับกากโลหกรรมเก็บในบ่อเก็บกัก ขนาด 400 ไร่ ซึ่งออกแบบตามมาตรฐานของรัฐเนวากา ประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ขอยังไม่เคยจัดให้มีการประชาคมและชึ้แจงโครงการ ดังนั้นจึงขอคัดค้านการขยายโรงงานของบริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด
 
เมื่อผู้ว่าราชการฯ ไม่ตอบรับหนังสือคัดค้านของชาวบ้าน กลุ่มชาวบ้านจึงเคลื่อนตัวไปที่อุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร โดยทางอุตสาหกรรมได้ทำหนังสือออกมาฉบับหนึ่งให้ชาวบ้านมีใจความว่า “จะไม่มีการขยายโรงงานแต่อย่างใด ตราบเท่าที่ยังมีการร้องเรียนอยู่”
 
แต่ด้านชาวบ้านก็ยังไม่มั่นใจว่า แค่หนังสือฉบับเดียวจะยังต้านการขยายโรงงานได้หรือไม่ 
 
ด้านนางสายฝน เผยกลิ่น ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบฯ ยังกล่าวว่า “กลัวว่าจะมีการมุบมิบเซ็นต์โดยที่พวกเราไม่รู้ เพราะขนาดประทานบัตรซึ่งมีการคัดค้านมาโดยตลอดยังอนุญาตออกมาได้ และนับประสาอะไรกับการขยายโรงงานซึ่งถือเป็นเรื่องเล็กน้อยกว่ามาก”
 
ทั้งนี้ช่วงบ่ายชาวบ้านยังได้เดินทางไปยังที่ดินจังหวัดพิจิตร เพื่อสอบถามถึงเรื่องทางสาธารณะซึ่งอยู่ในเขตประทานบัตรและบริษัทได้ปิดกั้นทางเหล่านั้นไว้มิให้ชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ แต่ทางที่ดินฯให้ไปตามถามเอาที่อำเภอทับคล้อ ซึ่งเมื่อไปถามที่อำเภอทับคล้อก็ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนว่า “ยังไม่มีคำสั่งให้ใช้ประโยชน์ในทางสาธารณะเหล่านั้น” แต่เมื่อชาวบ้านขอดูเอกสารหลักฐานกลับไม่ให้เสียอย่างนั้น  ชาวบ้านจึงไม่มั่นใจว่าที่จริงแล้วนั้น ได้อนุญาตหรือไม่อย่างไร
 
กลุ่มชาวบ้านจึงได้ไปที่สถานีตำรวจทับคล้อเพื่อขอลงบันทึกประจำวัน “ขอให้ทางบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด เปิดเส้นทางสาธารณะทั้งหมด” แต่ทางตำรวจเห็นว่าไม่สามารถทำให้ได้ เนื่องจากว่าเหตุมีลักษณะเป็นเหตุทางคดีแพ่ง จึงอยากจะให้ไปไกล่เกลี่ยกันเองกับทางบริษัทฯ อีกทั้งยังเห็นว่าผู้มีส่วนได้เสียนั้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ็ดลูก ไม่ใช่ชาวบ้าน 
 
แต่แล้วสุดท้าย ตำรวจยอมลงบันทึกประจำวันให้ชาวบ้านว่า “บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด ได้ปิดกั้นมิให้ชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ในทางสาธารณะประโยชน์ซึ่งอยู่ในเขตประทานบัตร อีกทั้งทางเหล่านี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากที่ดินจังหวัดพิจิตรและอำเภอทับคล้อแต่อย่างใด"
 

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม