รอยตีนน้ำฝากโลก ประเทศไหนย่ำโลกแรงกว่ากัน
เรื่อง ตะวันอ้อมข้าว
จากประชากรโลก 6.6 พันล้านคนในปัจจุบัน ผู้คนราว 1 ใน 5 หรือราว 1.3 พันล้านคนขาดน้ำสะอาดสำหรับดื่มกิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากปัญหาน้ำดื่มปีละ 27 ล้านคนหรือ 1 คนทุก 8 วินาที
รายงานเรื่องน้ำล่าสุดของยูเนสโกที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว (ค.ศ. 2008) ระบุว่าประชากรโลกอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 9.1 พันล้านคนในปีค.ศ. 2050 ทำให้ความต้องการน้ำจืดจะเพิ่มขึ้นถึงปีละ 64,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
นั่นหมายความว่าจะมีคนอีกจำนวนมากที่ต้องการน้ำสะอาดเพื่อการดำรงชีพ !
แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ทำให้ผู้คนหันมาลดการใช้น้ำลงแต่อย่างใด โดยเฉพาะประเทศที่ร่ำรวยและคนในเมือง
รอยตีนน้ำหรือ Water Footprint เป็นเครื่องชี้วัดการใช้น้ำของผู้บริโภคหรือผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม โดยได้มีการวิเคราะห์คำนวณรอยตีนน้ำทั้งในระดับของชาติ และต่อรายหัวประชากรมาแล้ว
รายงานเรื่องน้ำของสหประชาชาติระบุว่าประเทศ 10 อันดับแรกที่ใช้น้ำมากที่สุด (โดยปริมาณ) ได้แก่ อินเดีย จีน สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน ญี่ปุ่น ไทย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ เม็กซิโก และรัสเซีย
แต่ทั้งนี้ จีน กับ อินเดีย กลับมีรอยตีนน้ำต่อหัวน้อยมาก
ขณะที่ไทยเราติดอันดับกับเขาส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเราปลูกข้าวส่งออก โดยรอยตีนน้ำของแต่ละประเทศใหญ่เล็กไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปริมาณการบริโภค แบบแผนการบริโภค ดินฟ้าอากาศ และวิธีทำเกษตร
นอกจากนี้รอยตีนน้ำต่อหัวยังแสดงให้เห็นว่า คนทั่วโลกใช้น้ำเฉลี่ย 1,243 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี
คนอเมริกันมีรอยตีนน้ำใหญ่ที่สุดคือ 2,483 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี คนในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เช่น กรีซ อิตาลี และสเปนมีรอยตีนน้ำ 2,300-2,400 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี สหราชอาณาจักร 1,245 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี ส่วนญี่ปุ่น 1,153 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี จีน 703 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี บังคลาเทศ 896 แอฟริกาใต้ 931 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี อินเดีย 980 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี
ส่วนรอยตีนน้ำของคนไทยน่ะเหรอ... 2,223 ลบ.ม. ต่อคนต่อปี
ไม่เห็นห่างจากแชมป์อเมริกาเลยนี่ !
อ้างอิงจาก
- Water footprints of nations: Water use by people as a function of their consumption pattern โดย A.Y. Hoekstra / A.K. Chapagain
- Water in a changing world โดย The United Nations World Water Development Report 3
- National Geographic ฉบับภาษาไทย ฉบับที่ 98 กันยายน 2552
