รวมพลนักปั่น แรงกระเพื่อมจากสารทิศ

bike bacc

เรื่อง/ภาพ : กรวิกา วีระพันธ์เทพา

สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมีการเปิดงาน “เชียงใหม่นาว”-- นิทรรศการสำรวจเมืองเชียงใหม่ผ่านกิจกรรมทางวัฒนธรรมร่วมสมัยที่รวบรวมผลงานชาวเชียงใหม่ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งแวดล้อม ศิลปะ การออกแบบ การเกษตร ฯลฯ

หนึ่งในกิจกรรมของนิทรรศการนี้ก็คือ กลุ่มชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่กว่า 20 ชีวิตที่ปั่นตรงลงมากรุงเทพฯ รณรงค์การใช้จักรยานเป็นยานพาหนะเพื่อลดมลพิษแก่โลก และร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราววิถีจักรยานกับนักปั่นจากภูมิภาคต่างๆ ในเวที “โอกาสและอนาคตของประเทศไทยที่จะเป็นเมืองแห่งการใช้จักรยาน”

ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมากับการรณรงค์ใช้จักรยาน ถือว่าตอนนี้มีจำนวนผู้ใช้จักรยานเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดคิดไว้ แต่การขับเคลื่อนทั้งนโยบายและการปฏิบัติของภาครัฐยังน้อยอยู่ การเป็นเมืองที่น่าอยู่ไม่ได้หมายถึงจักรยานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เป็นพื้นที่ที่รองรับการเดินทางได้หลายรูปแบบ เช่น เดิน รถเมล์ รถไฟฟ้า แต่จักรยานก็ถือเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดดังนั้นจึงต้องพยายามให้ความรู้และทักษะการขี่จักรยานอย่างถูกต้องปลอดภัย และเรียกร้องให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนวิธีคิดและให้ความสำคัญต่อการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว ในฐานะผู้ใช้จักรยานในเมืองที่ใครๆ ก็ว่า “อันตรายสุดๆ” อย่างกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นว่า คนใช้จักรยานในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าต้องเป็นมีทักษะพอสมควรที่จะรู้จักเบี่ยงหลบอุปสรรคบนถนน เช่น พื้นเป็นหลุมเป็นบ่อ รถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง รวมทั้งต้องรู้จักหาเส้นทางตามซอยเล็กๆ เพื่อหลีกเลี่ยงถนนใหญ่ด้วย

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของ ดร.สรณรัชฎ์ พบว่ามีนักปั่นหน้าใหม่มากมายที่อยากจะขี่จักรยานในกรุงเทพฯ แต่กลัวอันตราย รถชนหรือเฉี่ยว กลัวมลพิษ โดยที่ไม่รู้จักเส้นทางเลี่ยง เพราะฉะนั้นมูลนิธิโลกสีเขียวจึงกำลังทำแผนที่เส้นทางจักรยานซึ่งจะเป็นเหมือนลายแทงให้คนอยากขี่ได้นำมาใช้เพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน และหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองจักรยาน

“คิดว่าไม่ต้องบอกแล้วว่าทำไมต้องเปิดพื้นที่ให้จักรยาน เพราะกรุงเทพเรากลายเป็นเมืองที่ถูกรถยนต์บุกรุกไปแล้ว หลายๆ เมืองทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จเรื่องการใช้จักรยานจะเห็นเลยว่ามีปัจจัยเดียวกันคือ มีโครงข่ายเส้นทางจักรยานที่ขี่ได้ถึงกันทะลุปรุโปร่ง เราไม่ได้ต้องการทางจักรยานที่สวยหรือแพงๆ แต่เป็นทางที่รู้จักผสมผสาน อาจจะแบ่งเลนหรือเป็นส่วนหนึ่งของถนนก็ได้ นอกจากนี้ ควรจะมีข้อบังคับต่างๆ เช่น ประกาศจำกัดความเร็ว เพื่อความปลอดภัยของคนใช้ถนน และการเก็บภาษีค่ารถติด เช่นที่สิงคโปร์ ลอนดอน และหลายๆ เมืองทำอยู่”

ลงไปที่ภาคใต้ ทพ.อรรถพร สุขเกษม ตัวแทนผู้ใช้จักรยานจากหาดใหญ่ เล่าถึงสภาพเส้นทางว่า สงขลามีทางจักรยานรอบเมืองซึ่งสร้างมา 10 กว่าปี แยกกับถนนที่รถยนต์ใช้อย่างชัดเจน แต่กลับไม่มีการใช้งานเลย พอเริ่มสร้างสงขลาอควาเรียม ทางจักรยานก็ยิ่งถูกบีบให้แคบลงไปอีก และไม่มีใครต่อต้าน เรียกร้อง เพราะความตระหนักในสังคมกับการใช้จักรยานมีน้อยมาก

“ถ้าเปรียบเรื่องการใช้จักรยาน หาดใหญ่คงเป็นอนุบาลครับ เพิ่งเริ่มเตาะแตะ” ทพ.อรรถพรพูดติดตลก “เมื่อเร็วๆ นี้ผมนำนิตยสารสารคดีฉบับจักรยานไปให้นายกเทศมนตรี เขาอ่านและเห็นว่าเป็นทางเลือกการเดินทางที่น่าสนใจนะ แต่ปัญหาคือตัวเลขคนใช้จักรยานไม่มีเลย ทางรัฐก็เลยไม่สนใจจะสนับสนุน การที่จะทำให้เป็นกลุ่มระยะยาวมันยาก จึงอยากเสนอว่าสหพันธ์ควรมีแนวคิดปฏิบัติส่งเสริมให้ความรู้ ให้คนตระหนักถึงความสำคัญของจักรยานก่อนจะมีทางจักรยาน บังคับใช้กฎหมายจราจรให้ดี ก็สามารถผลักดันให้เกิดเมืองจักรยานได้”

ด้านนิคม บุญญานุสิทธิ์ ประธานสถาบันพัฒนาเมืองนครราชสีมา กล่าวว่า เมืองย่าโมแห่งนี้พบเจอกับปัญหาการจราจรมานานแล้ว เพราะเป็นเมืองใหญ่ มีแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจต่างๆ อยู่มาก บางวันการจราจรระยะสั้นๆ เพียง 1 กิโลเมตรใช้เวลาถึงกว่าครึ่งชั่วโมง

“สำหรับผม ถ้าถามว่าต้องมีคนใช้จักรยานก่อนหรือสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกก่อน ตอบเลยว่าต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก แต่อยู่ที่การตีความว่าสิ่งอำนวยความสะดวกคืออะไร สำหรับผมมันคืออะไรก็ได้ที่ปรากฏขึ้นมาแล้วตอบโจทย์การใช้จักรยาน”

นิคมยกตัวอย่างโครงการระบบขนส่งมวลชนในเขตเทศบาลบนทางยกระดับที่กำลังเสนอต่อเทศบาลนครราชสีมาซึ่งเขาเป็นผู้วางแผนโดยจะใช้พื้นที่เกาะกลางของถนนมิตรภาพระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตรเป็นทางสัญจรให้คนนำจักรยานขึ้นมาใช้ได้ หรือจะเช่าจักรยานสาธารณะก็ได้ซึ่งเขาบอกว่าโครงการนี้จะสามารถจัดระเบียบการจราจรได้สะดวกขึ้น โดยการกระจายรถโดยสารขนาดใหญ่ไว้นอกเมือง ส่วนในเมืองเป็นระบบจักรยานสาธารณะ ทำให้ถนนโล่งขึ้น อุบัติเหตุลดลง

ดร.นิรันดร โพธิกานนท์ ประธานชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ พูดถึงการขี่จักรยานในเชียงใหม่ว่า มีกลุ่มจักรยานหลายกลุ่ม แทบทุกอำเภอ จุดประสงค์เริ่มต้นคล้ายๆ กันคือปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและท่องเที่ยว แต่ในระยะ 2-3 ปีหลังเริ่มเห็นคนใช้จักรยานเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น ร้านขายอุปกรณ์จักรยานก็เพิ่มขึ้น

ดร. นิรันดรอธิบายว่า เชียงใหม่มีความเหมาะสมกับจักรยาน เนื่องจากเดินทางเชื่อมต่อแต่ละเมืองได้ง่าย สภาพถนนดี และด้วยจริตของคนเมืองจะค่อนข้างใจเย็น ไม่ก้าวร้าวหากจักรยานขอทาง แม้ปัจจุบันจำนวนรถยนต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นทั้งข้อเสียที่จักรยานขี่ลำบาก หรือจะเป็นข้อดีก็ได้ที่คนเริ่มเห็นว่าจักรยานเป็นการเดินทางที่สะดวกมาก

สิ่งที่ทางชมรมกำลังรณรงค์ก็คือ สนับสนุนให้นักเรียนที่อยู่ใกล้โรงเรียนในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร ได้ฝึกอบรมขี่จักรยานในถนน รู้จักการขี่อย่างปลอดภัย เพราะการใช้จักรยานจะทำให้เมืองกลับมามีสภาพที่น่าอยู่ อากาศดี เหมาะสำหรับเป็นเมืองท่องเที่ยว และมีสภาพเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

และจากการแลกเปลี่ยนสถานการณ์การใช้จักรยานในเวทีนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเมืองแห่งการใช้จักรยาน โดยก้าวหนึ่งที่กำลังจะเดินหน้า คือการก่อตั้งสหพันธ์จักรยานแห่งประเทศไทย เพื่อให้กลุ่มจักรยานทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมการใช้จักรยาน รวมทั้งเสนอนโยบายต่างๆ ต่อภาครัฐด้วย

 

 

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม