ชาวเมืองคองคอร์ดลุยกฎหมาย “แบน” ขวดพลาสติก

เรียบเรียง: กรวิกา วีระพันธ์เทพา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้พักอาศัยในเมืองคองคอร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ได้ลงคะแนนเสียง “แบน” การขายขวดน้ำพลาสติกทั้งหมดภายในเดือนมกราคม 2011 ซึ่งถือว่าที่นี่จะเป็นแรกของสหรัฐอเมริกาที่เอาจริงกับเรื่องนี้

ความพยายามดังกล่าวนำโดย จีน ฮิล นักรณรงค์รุ่นใหญ่วัย 82 ปี ซึ่งชักจูงบรรดาเพื่อนบ้านรวมทั้งเจ้าหน้าที่ราชการให้เห็นด้วยกับผลร้ายของขวดน้ำที่ทับถมกองขยะและก่อมลพิษกับน้ำในท้องถิ่น “ขวดที่ถูกทิ้งทั้งหมดนี้เป็นอันตรายต่อโลกของเรา ซึ่งเป็นสาเหตุของกลุ่มก้อนขยะในมหาสมุทรที่เป็นอันตรายต่อปลา และยิ่งเพิ่มปริมาณมลพิษบนท้องถนนของเราด้วย” ฮิลกล่าว “มันคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่หากเราเป็นเมืองแรกในประเทศที่ประกาศห้ามได้ เรากำลังเรียกร้องต่อความอยุติธรรม” 

แน่นอนว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ากว่าหมื่นล้านดอลล่าร์นี้ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการประกาศ “แบน” มากนัก แถมยังกล่าวโทษด้วยข้อคัดค้านทางกฏหมายว่าการเลือกแบนขวดน้ำเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ยุติธรรม ในเมื่อ “ผลิตภัณฑ์อาหาร ยา ความงาม และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดนับพันชิ้นก็ยังหีบห่อที่เป็นพลาสติก”

“เราไม่ได้คิดมากกับการจะออกกฏหมายห้ามที่คองคอร์ดหรอก” นี่เป็นคำกล่าวของโจ ดอส ประธานกลุ่มการค้า International Bottled Water Association ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ผลิตขวด ผู้จัดหาวัตถุดิบ และผู้จัดจำหน่าย “ความพยายามใดๆ ที่จะทำให้ผู้บริโภคลดการดื่มน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปาหรือน้ำขวด ไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้บริโภค น้ำบรรจุขวดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปลอดภัย และสะดวกสบาย ซึ่งทำให้ผู้บริโภคไม่เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ”

แต่จากรายงานของคณะกรรมการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources Defense Council – NRDC) ระบุว่าน้ำขวดนั้นมีความปลอดภัยต่ำมาก น้ำที่บรรจุในขวดพลาสติกระยะเวลา 10 สัปดาห์จะแสดงให้เห็นการรั่วซึมของสารพาทาเลต (Phthalate สารที่ใช้ผสมในการผลิตพลาสติกพีวีซี เป็นสารเคมีก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง) ซึ่งขัดขวางการทำงานของ

ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนและฮอร์โมนอื่นๆ ข้อมูลที่น่าตกใจคือ ขณะที่น้ำประปามีระเบียบควบคุมสารพาทาเลต แต่น้ำบรรจุขวดกลับไม่มีการควบคุมสารนี้เลย

กฎหมายของเมืองคองคอร์ดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามออกกฏหมายฉบับใหม่เกี่ยวกับการใช้ขวดที่จะประกาศใช้ครอบคลุมทั้งรัฐ ซึ่งกฏหมายฉบับเดิมที่มีอายุถึง 29 ปีอนุญาตให้ผู้บริโภคนำขวดและกระป๋องโซดา,เบียร์ไปแลกเป็นเงินได้ แต่สำหรับขวดน้ำประเภทไม่อัดลม อย่างชา น้ำผลไม้ เครื่องดื่มให้พลังงาน ที่มีปริมาณถึงหนึ่งในสามของเครื่องดื่มทั้งหมดที่จำหน่ายในรัฐแมสซาชูเซตส์ไม่สามารถแลกคืนได้ ซี่งกฏหมายใหม่จะเพิ่มค่าธรรมเนียมการแลกคืนอีก 10 เซ็นต์ และครอบคลุมขวดหลากหลายประเภทมากขึ้น 

 

ที่มา: www.treehugger.com

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม