สุดท้ายเมนูหูฉลามก็ไม่ต่างจากกินตีนปลาตีน

เรื่อง เสมอชน ธนพัธ

ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ฉลามบางชนิดมีจำนวนลดลง 99 เปอร์เซ็นต์

1 ใน 3 ชนิดพันธุ์ฉลามกำลังจะสูญพันธุ์

ทุกๆ ปีมีฉลามถูกฆ่า 100 ล้านตัว

ในจำนวนนี้ 73 ล้านตัวถูกนำครีบมาทำซุปหูฉลาม

ฉลามที่ถูกจับ จะถูกตัดครีบทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นร่างของมันก็จะถูกโยนทิ้งลงน้ำ ปล่อยให้จมและเลือดไหลออกจนตาย ซึ่งครีบที่ได้ คิดเป็น 2 เปอร์เซ็นต์ของตัวฉลามทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ราคาครีบฉลามปอนด์ละ 880 เหรียญสหรัฐ นับเป็นเมนูอาหารทะเลที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

ซุปหูฉลามชามหนึ่ง บางครั้งมีราคาสูงถึง 100 เหรียญสหรัฐ

การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ทำให้ความต้องการบริโภคเมนูหูฉลามเพิ่มขึ้น

ในฮ่องกง จากการสำรวจพบว่า คนฮ่องกง 89 เปอร์เซ็นต์ได้กินซุปหูฉลามตามงานแต่งงาน

มี 145 ประเทศทั่วโลกต่อต้านการค้าครีบฉลาม

ส่วนประเทศยักษ์ใหญ่ที่ยังคงล่าฉลาม ได้แก่ สเปน สิงคโปร์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงพี่เบิ้มอย่างสหรัฐอเมริกา

ครีบฉลาม 50 – 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกส่งขายผ่านฮ่องกง

85 เปอร์เซ็นต์ของการค้าครีบฉลามในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งที่นี่มีภัตราคารที่เสิร์ฟเมนูหูฉลามกว่า 360 ร้าน

กว่าที่ฉลามจะโตจนถึงวัยผสมพันธุ์ ต้องใช้เวลา 10 – 15 ปี ขณะที่แต่ละครั้งสามารถออกลูกเพียงไม่กี่ตัว เมื่อต้องเผชิญกับการถูกล่าอย่างหนัก จำนวนฉลามในท้องทะเลจึงลดลงอย่างรวดเร็ว

ฉลามเป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร การลดหายไปของพวกมันย่อมมีผลกระทบโดยตรงกับระบบนิเวศท้องทะเล

ความเชื่อเดิมที่ว่าครีบฉลามมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แท้จริงแล้วมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากตีน (ครีบ) ของปลาตีน แต่ซ้ำร้ายเคยมีการตรวจพบสารปรอทปนเปื้อนในครีบฉลามสูงเป็น 42 เท่าของค่ามาตรฐานความปลอดภัย

หมายเหตุ ข้อมูลส่วนใหญ่เรียบเรียงจาก www.wildaid.org ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของหูฉลามที่ไม่ต่างจากตีนของปลาตีนนั้น อ้างอิงจากหนังสือ "เสริมอาหารไม่ต้อง เสริมสมองดีกว่า" โดย รศ.ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม