‘ปักษาสวรรค์’ ความงามกลางเวหา อีกาจำแลง

เรื่อง : แขนภา-เดลินิวส์

“ปักษาสวรรค์” (Bird-of-paradise) เป็นนกในสกุล Paradisaeidae มีถิ่นอาศัยในป่าเขตร้อนในหมู่เกาะนิวกีนี ออสเตรเลีย และบางส่วนกระจายพันธุ์มาถึงหมู่เกาะโมลุกกะของอินโดนีเชีย ปักษาสวรรค์มีความหลากหลายของสายพันธุ์ถึง 38 ชนิดพันธุ์ เฉพาะในหมู่เกาะนิวกินีนั้นมีการกระจายพันธุ์ถึง 34 ชนิดพันธุ์

ความพิเศษของนกชนิดนี้ ตัวผู้จะมีขนตามตัวสีสันฉูดฉาดสวยงาม ขนหางเหยียดยาวเป็นเส้นโค้งอ่อนช้อย หรือม้วนเป็นรูปร่างแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ชนิดพันธุ์ จุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดตัวเมียที่มักมีความงามด้อยกว่า หรือบางกรณีก็เกิดพึงพอใจในตัวเมียต่างชนิดพันธุ์ให้เข้ามาผสมพันธุ์ด้วย ปักษาสวรรค์กินลูกไม้ หรือตัวแมลงที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์ในผืนป่าดิบชื้นบริเวณแหล่งอาศัยเป็นอาหาร

การศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่านกปักษาสวรรค์ผ่านวิวัฒนาการทางสายพันธุ์มากว่า 24 ล้านปี จนมีความหลากหลายและความงามเป็นเลิศอย่างที่เห็นในปัจจุบัน วิวัฒนาการดังกล่าวเป็นการเดินทางทางชีววิทยาอันยาวนานกว่าจะแยกสายพันธุ์ออกจากญาติสนิทคือ “อีกา” ตัวดำๆ ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี

แต่ใครเลยจะคาดคิดว่ามันคือสายพันธุ์เดียวกับนกปักษาสวรรค์แสนงาม

ปักษาสวรรค์กับอีกากลับมีชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว ในขณะที่สายพันธุ์หนึ่งมีความสวยสดงดงามเป็นที่ตะลึงงันแก่ผู้พบเห็น ชนพื้นเมืองในนิวกีนีถือว่านกปักษาสวรรค์เป็นนกศักดิ์สิทธิ์ มีค่า และหายาก ในขณะที่อีกสายพันธุ์หนึ่งกลับเป็นที่น่ารังเกียจเดียดฉันท์ จนยัดเยียดให้ว่าเป็นสัตว์อัปมงคล ทั้งๆ ที่มันมีบรรพบุรุษเดียวกันแท้ๆ

ปักษาสวรรค์ยังมีชื่อเรียกขานในภาษาไทยคือ “นกการเวก” เนื่องจากมีรูปลักษณ์วิจิตรตระการตา ราวกับหลุดออกมาจากสัตว์ในตำนานหิมพานต์ตามคติความเชื่อของคนไทย จากที่เห็นในภาพจิตรกรรมตามจินตนาการของช่างเขียนในอดีตกลับมีตัวตนจริงในโลกมนุษย์ ขนนกชนิดนี้ได้ถูกนำมาเสียบประดับพระมาลาพระมหากษัตริย์ไทยด้วย มีข้อมูลว่านกปักษาสวรรค์ตัวจริง ขนสวยงามสมบูรณ์แต่ไร้ชีวิตแล้วเข้ามาในประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 4โดยมีผู้นำมาถวายแด่พระองค์

ทั้งนี้ขนนกปักษาสวรรค์ถือเป็นเครื่องบรรณาการหรือสินค้ามีค่ามานานนับ 2,000ปี ขนนกใช้แทนเงินได้ การล่าจึงเกิดขึ้นอาจนับตั้งแต่การเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในถิ่นที่อยู่ของนกชนิดนี้ และได้กลายมาเป็นที่ต้องการของนักสะสมชาวยุโรป ภายหลังนกปักษาสวรรค์ตัวแรกเดินทางจากดินแดนหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกไปพร้อมกับกองเรือของกัปตันแมกเจลเลนและเทียบท่าสเปนเมื่อปี ค.ศ.1522 มีซากนกปักษาสวรรค์ที่ได้รับมอบเป็นบรรณาการกลับไปด้วย เมื่อชนพื้นเมืองจับนกชนิดนี้ได้มักตัดขาของมันทิ้ง ขณะนั้นชาวยุโรปยังไม่มีใครเคยเห็นปักษาสวรรค์ที่มีชีวิต จึงเล่าลือกันว่านกชนิดไม่มีตีนคงต้องบินลงมาจากสวรรค์เป็นแน่แท้

ในยุคที่ตลาดค้านกปักษาสวรรค์เฟื่องฟู เพราะความต้องการขนของมันมาประดับตกแต่งหมวกสตรีชาวยุโรป ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 นิวกีนีมียอดส่งออกนกชนิดนี้ถึงปีละ 8 หมื่นตัวต่อปี แต่ท้ายที่สุดกระแสอนุรักษ์ก็บังเกิดขึ้น มีการออกมาต่อต้านของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ รวมทั้งอีกหลายประเทศในยุโรปห้ามซื้อขายนกชนิดนี้

ต่อมามีการออกกฎหมายห้ามล่า เมื่ออังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมของนิวกินีในปี ค.ศ.1908 ปัจจุบันรัฐบาลนิวกินีเองก็ได้ออกกฎหมายห้ามล่า ห้ามนำนกออกจากเกาะยกเว้นเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ หรือเพื่อการเฉลิมฉลองในพิธีกรรมของคนพื้นเมืองเท่านั้น แต่กฎหมายก็คงไม่สามารถหยุดกิเลสของมนุษย์บางจำพวกได้ บางทีเกิดเป็นอีกาอาจเริงร่ากว่าปักษาสวรรค์ที่งามนักมักมีภัย

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม