มลพิษในกองเพลิง

ภาพ : http://rss.thaihealth.net

เรื่อง : นักข่าวสิ่งแวดล้อม 2 คน

หลังจากเสียงปืนเงียบลง และเสียงระเบิดหายไป เหลือแต่ควันไฟจากการเผาไหม้ และกลิ่นไหม้คละคลุ้งที่โชยออกมาจากซากปรักหักพัง

นับแต่นี้ประเทศชาติของเราจะต้องเอาใจใส่กับเรื่องการเยียวยา จิตใจของบรรดาผู้ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ จากการสู้รบระหว่างคนสองกลุ่ม และมีคนพวกหนึ่งกลุ่มหนึ่งกระทำการอุกอาจบุกเผาทำลายทรัพย์สมบัติและที่ทำมาหากิน จนหลายคนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

ในประเด็นความเสียหายหายด้านสิ่งแวดล้อม ช่วงที่มีการเผาบ้านเผาเมือง โดยเอายางรถยนต์จำนวนมากมาเป็นตัวกลางในการเผา จนก่อให้เกิดควันดำจำนวนมากลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

แต่ในนาทีนั้นยังไม่มีใครมีกะจิตกะใจจะคิดเรื่องมลพิษที่ว่านี้

คิดแค่ภาวนาให้เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดี ไม่มีอะไรสูญเสียก็ต้องภาวนาอย่างหนักแล้ว

และน่าเสียใจว่า การภาวนานั้นไม่ได้ผล

จนเมื่อเหตุการณ์สงบลง เจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)จึงได้ลงพื้นที่ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกบ่อนไก่ เขตคลองเตย เพื่อตรวจหาสารก่อมลพิษ

น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่เพราะเข้าไปตรวจวัดด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะขณะนั้นเหตุการณ์ยังไม่สงบ 100% ระหว่างที่ทำการตรวจวัดก็ยังมีประชาชนผู้ขวักไขว่ความรุนแรงหลายคนยังคงเข้ามาก่อกวนด้วยวาจาเป็นระยะ

การตรวจวัดผ่านไปด้วยดีท่ามกลางซากปรักหักพังนั้นและกลิ่นเหม็นไหม้ เพียงแต่เรายังไม่รู้ชัดว่าในความเหม็นไหม้นั้นมีมลพิษร้ายแรงอะไรซ่อนเร้นอยู่บ้าง

สุเมธา  วิเชียรเพชร ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กล่าวว่า  ได้รับการมอบหมายจาก นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้ทางหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินสารเคมี เข้าไปตรวจสอบมลพิษในพื้นที่การชุมนุม โดย เฉพาะจุดที่มีการเผายางรถยนต์จนเกิดเพลิงไหม้แถวพื้นที่บ่อนไก่ พระราม 4 บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงจนถึงอนุสาวรีชัยสมรภูมิ ในช่วงบ่ายวันนี้    เนื่องจากกังวลว่าจะมีการตกค้างของสารไฮโดรคาร์บอน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่มาจากเผาไหม้ รวมทั้งกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ  ที่เกิดจากการเผาไหม้ และเป็นสารก่อมะเร็ง ว่าจะตกค้างอยู่ในอากาศจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อประชาชนหรือไม่ รวมทั้งจะเก็บตัวอย่างน้ำ รวมทั้งเศษวัสดุ  และคุณภาพอากาศรอบๆพื้นที่ตามบ้านเรือนในชุมชนที่อยู่ท้ายลมทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียด

สุเมธา บอกด้วยว่า ก่อนและระหว่างเข้าพื้นที่นั้น ได้ประสานกับทางศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ให้ช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อความปลอดภัยในการเข้าปฏิบัติงาน

“ในเบื้องต้น เราพบว่า ยางรถยนต์ขณะที่มีการเผาไหม้จน เกิดควันสีดำนั้น ไม่เพียงแต่มีเขม่าควันสีดำ ฝุ่นขนาดเล็กๆ จะตกค้างอยู่ตามบ้านเรือน และชุมชนท้ายลมเท่านั้น แต่ในระหว่างเผาไหม้ยังส่งผลให้มีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ออกมาด้วย   ซึ่งจากกรณีเพลิงไหม้ที่โรงงานยางแห่งหนึ่งแถว จ.สมุทรสาคร พบมีปริมาณสารซัลเฟอร์ตกค้างในบรรยากาศอยู่ในระดับที่อันตรายมาก ดังนั้นสำหรับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและคนแก่ และผู้ที่มีปัญหาโรคระบบทางเดินหายใจ ที่ยังต้องอยู่ในจุดที่อาจจะมีการเผายางรถยนต์คุกรุ่นอยู่ตอนนี้ ระหว่างที่เกิดเหตุ แม้จะยังไม่ได้เข้าไปตรวจวัด เราจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูดดม และหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ไว้ก็จะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง ตอนนั้นก็ได้แต่ภาวนาขอให้   มีฝนตกลงมาก็จะช่วยชะล้างการกระจายตัวของสารตกค้างลงไปก็ไม่เป็นผลสักเท่าไร”นายสุเมธา กล่าว

 สำหรับวิธีการกำจัดกากเผาไหม้ ของยางรถยนต์นั้น  หากเป็นเถ้าผงแล้วสามารถนำไปฝังกลับได้ นอกจากนี้ยังสามารถคัดแยกพวกเส้นโลหะออกไปขายต่อได้ แต่ถ้ายังมีเนื้อยางหลงเหลืออยู่จำนวนมาก แนะนำให้ทาง กทม.ขอความอนุเคราะห์นำไปเผาในโรงงานปูนซีเมนต์ที่สามารถกำจัดกากของเสียเหล่านี้ ได้

นายวิจารย์ สิมาฉายา รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)  อีกคนหนึ่งที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและตัวอย่างเพื่อตรวจสอบปริมาณมลพิษในพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด บอกว่า  ผลจากการตรวจคุณภาพอากาศโดยสถานีตรวจวัดอากาศแบบต่อเนื่องบริเวณใกล้เคียงที่มีการเผายางรถยนต์ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 17-20 พฤษภาคม เช่น บริเวณแฟลตดินแดง  พบว่าคุณภาพอากาศที่เป็นสารมลพิษหลักยังอยู่ในระดับมาตรฐาน ประมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเฉลี่ย  40 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)

 เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ค่อยมีรถวิ่งสัญจรหนาแน่นเหมือนปกติ โดยฝุ่นขนาดเล็ก จะมาจากทิศทางลมที่พัดพาฝุ่นควันจากการเผาไหม้มาด้วย

“ ที่ห่วงมากเรื่องพวกสารก่อให้เกิดมะเร็ง จำพวกไฮโดรคาร์บอน สารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ  การเก็บข้อมูลต้องนำไปวิเคราะห์ จะทราบผลตรวจภายใน 2-3 วัน นอกจากนี้จะเก็บตัวอย่างน้ำฝนเพื่อนำมาตรวจสอบด้วยว่าจะมีฝนกรดสะสมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเข้าพื้นที่ตรวจสอบมลพิษในครั้งนี้ เพื่อเก็บข้อมูลว่าไม่มีการตกค้างในสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนสบายใจ เพราะองค์ประกอบของยาง มีทั้งโลหะหนัก ซัลเฟอร์ ผงคาร์บอน ที่เป็นอันตรายปะปนอยู่” รองอธิบดีคพ.ระบุ

ต่อมาเมื่อครบกำหนดการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการตรวจสอบออกมาว่า ตะกอนสีดำ คล้ายผงถ่าน ที่เกิดจากการเผาไหม้ยางรถยนต์  ที่คพ.ได้เก็บมาจากบริเวณแถวบ่อนไก่ พระราม 4 ซึ่งได้วิเคราะห์แล้ว  พบมีกลุ่มสารโลหะหนักปนเปื้อนอยู่  โดยเฉพาะสังกะสี  มีค่าเกินมาตรฐานสูงถึง  50,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จากค่ามาตรฐาน 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม  เนื่องจากการเผายางรถยนต์ปริมาณมากๆจะมีองค์ ประกอบของสังกะสีออกไซด์ออกมา นอกจากนี้ยังมีทองแดง รวมอยู่ด้วย ได้ส่งหนังสือประสานไปยัง กทม.เพื่อให้ระมัดระวังในการจัดเก็บคราบผงสีดำเพื่อป้องกันไม่ให้ฟุ้งกระจาย และขอให้รวบรวมนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีด้วย เพราะถือว่าเข้าข่ายกากของเสียอันตรายแล้ว

ภาพผู้คนหลากหลายอาชีพช่วยกันทำความสะอาดถนนหนทาง และสิ่งก่อสร้างที่ถูกขีดเขียน ย่ำยีจากฝีมือผู้ไม่ประสงค์ดีกับประเทศชาติ ตลอดทั้งวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยกรุงเทพมหานครได้กำหนดให้เป็นวัน บิ๊ก คลีนนิ่ง เดย์

เด็กวัยรุ่นบางคนบอกว่าบ้านตัวเองยังไม่เคยกวาด แต่ดูข่าวในโทรทัศน์แล้ว รู้สึกบ้านเมืองสกปรกมาก อยากมาช่วยกวาดช่วยทำความสะอาดบ้าง อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้บ้านเมืองดีขึ้น แม้จะช่วยได้เพียงการกวาดถนนก็ตาม

วันนี้มลพิษในบริเวณที่เกิดเหตุอาจจะเจือจางลงแล้ว

แต่บาดแผลในใจผู้คนที่ประสบพบปะกับเรื่องนี้ คงต้องเยียวยากันอีกนาน...

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม