บันทึกนักสืบสายลม ฉบับที่ 1
วันจันทร์ที่ 28 ธ.ค.2552 เวลา 20.00น.
สภาพอากาศ : ค่อนข้างร้อน นี่มันหน้าหนาวนะ เห้อ +_+
สวัสดีครับ ผมนายซันชิโร่ คนเดียวกับที่เขียนจดหมายพูดคุยกับอาสาสมัครบ่อยๆ นั่นแหละครับ จริงๆ แล้วผมก็เพิ่งจะเข้ามาทำงานอยู่ฝ่ายกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาของมูลนิธิโลกสีเขียวครับ แต่เผลอแป๊บเดียว ก็ผ่านมาปีกว่าแล้วครับ โครงการนักสืบสายลมก็เช่นกัน เดินทางมาเลยครึ่งทางเสียแล้ว อย่างไวเลยเนอะ เหมือนเพิ่งได้จัดงานวันแรกพบอาสาสมัครไปเมื่อเดือนก่อนเอง
จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนสนิทกัน จากไม่รู้จัก “ไลเคน” เลย กลายเป็นเจอกันที่ไหนต้องควักแว่นมาส่องดู จากไม่รู้เรื่องมลพิษอากาศ เดี๋ยวนี้กลายเป็นเรื่องที่อยู่ในใจลำดับต้นๆ กว่าจะมาถึงวันนี้ แน่นอนว่า ต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย
เพื่อไม่ให้ความรู้สึกดีๆ ความประทับใจและประสบการณ์ต่างๆ เลือนรางไป ต่อไปนี้จะขอบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับนักสืบสายลมตั้งแต่ตอนเริ่มเลยนะครับ
ตอนนั้นเป็นตอนที่ผมเข้ามาทำงานที่มูลนิธิโลกสีเขียวใหม่ๆ จำได้ว่า อาทิตย์แรกๆ ที่มาทำงานนี้นี่ ถ้าไม่ออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ก็ไม่ค่อยมีงานทำเลย ยังแปลกใจอยู่ว่า ชีวิตทำงานทำไมมันว่างอย่างนี้นะ แต่ก็มารู้ภายหลังว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่โครงการ “นักสืบชายหาดสัญจร” เพิ่งจบไป มูลนิธิฯ กำลังวางแผนที่จะเริ่มโครงการใหม่ วันหนึ่ง ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ “พี่อ้อย” เลขาธิการมูลนิธิฯ ของเราก็เรียกประชุมวางแผนงานในอนาคต คุยอะไรกันตั้งมากมาย จนได้ข้อสรุปมาประมาณว่า ต่อไปนี้มูลนิธิฯ จะก้าวเข้ามาสู่ “งานสิ่งแวดล้อมเมือง” โดยที่ผ่านมางานของมูลนิธิฯ จะเน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่ชนบทหรือต่างจังหวัดมากกว่า
ผมแอบคิดในใจว่าดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยๆ แถมเรื่องสัตว์ชายหาด เรื่องแมลงน้ำแบบที่ โครงการนักสืบก่อนๆ ทำ ผมเองก็ไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ แม้จะเรียนสายวิทย์มา แต่คะแนนชีวะก็ไม่ค่อยดี ป.ตรีก็ศึกษาแต่การบ้านการเมือง ถ้าให้มาจำแนกสิ่งมีชีวิต เหอๆ ท่าจะไม่รุ่ง กะอีแค่ต้นไม้ในบ้าน ผมยังไม่รู้เลยว่าต้นอะไรคืออะไร รู้จักแต่ต้นมะม่วง มะยม (หรืออะไรที่มันพอมีผลกินได้) แต่ชอบธรรมชาตินะ มันสวย มันเย็น เวลาไปเที่ยวผมก็มักจะเลือกเที่ยวแบบธรรมชาติ ชีวิตเด็กโตมาในเมืองก็คงเป็นประมาณผมนี่แหละ
ฝอยไปเยอะแล้ว กลับมาที่งานต่อดีกว่า พี่อ้อยเสนอว่าถ้าเรื่องสิ่งแวดล้อมในเมืองก็ควรเลือกทำในสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่สุดๆ ก่อน นั่นคือปัญหามลพิษทางอากาศนี่เอง ซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากการจราจรของคนกรุงเทพนั่นแหละ ที่จริงแล้วเรื่องคุณภาพอากาศก็เป็นไอเดียที่พี่อ้อยคิดมาตั้งแต่แกเป็นสาวรุ่นๆ เพิ่งจบจากนอกโน้น แต่จังหวะและโอกาสยังไม่สุกงอม เลยหันไปทำเรื่องนักสืบสายน้ำกับนักสืบชายหาดก่อน เพราะแมลงน้ำและกุ้งหอยปูปลาล้วนดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจกว่า “ไลเคน” เป็นไหนๆ เวลาผ่านมา 10 กว่าปี ในที่สุดก็น่าจะได้โอกาสเหมาะที่จะงัดเอาเรื่อง “อากาศ” ในเมืองมาทำ เราเลยได้ข้อสรุปว่าเราจะทำเรื่องคุณภาพอากาศในเมืองโดยการทำโครงการสำรวจไลเคนเรียกว่าโครงการ “ นักสืบสายลม ”
เอ๋ ! อีหยั๋งหว่า เรื่องคุณภาพอากาศกับชื่อโครงการนักสืบสายลมพอเข้าใจอยู่ แต่ “ไลเคน” นี่สิ มันคืออะไรกันแน่ และไปเกี่ยวอะไรกับอากาศละเนี้ย ?
พี่อ้อยจึงไขข้อข้องใจ ให้ฟังว่า “ไลเคน” เป็นสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันของ “สาหร่าย” กับ “รา” แบบชนิดที่ “ขาดเธอ ฉันก็ทนอยู่ไม่ได้” เพราะต่างฝ่ายต่างจำเป็นต่อการอยู่รอดของกันและกัน คือราจะทำหน้าที่เป็น “พ่อบ้าน” ป้องกันอันตรายและรักษาความชื้นให้กับสาหร่าย ส่วนสาหร่ายก็จะเป็น “แม่บ้าน” สังเคราะห์แสงเพื่อผลิตอาหารมาแบ่งราให้สามารถเจริญเติบโตต่อไป ด้วยความพิเศษแบบนี้ทำให้สามารถพบไลเคนอยู่ได้ทั่วไปแม้ทะเลทราย ชายฝั่ง หรือภูเขาสูงก็ตาม

แต่ที่ไลเคนมาเกี่ยวข้องกับโครงการนักสืบสายลมก็เพราะมันมีลักษณะพิเศษอย่าง หนึ่ง คือมันทนมลพิษทางอากาศไม่ค่อยได้ ซึ่งต่างกับต้นไม้ทั่วไปที่อึดกว่าเยอะเพราะมันมีขี้ผึ้งบนผิวใบปกป้องให้ สามารถทนอยู่ได้ที่ที่มีมลพิษ เพราะอย่างนี้นี่เอง เราจึงใช้ไลเคนอ่านคุณภาพอากาศได้
มหัศจรรย์ใช่ไหมล่ะ ความจริงแล้วเราทุกคนเคยเรียนเรื่องไลเคนมาแล้วบ้างนะ เพราะว่ามันอยู่ในหลักสูตรสมัยมัธยมโน้นแน่ะ พอจะคุ้นๆ บ้างไหมแต่ที่ไลเคนมาเกี่ยวข้องกับโครงการนักสืบสายลมก็เพราะมันมีลักษณะ พิเศษอย่าง หนึ่ง คือมันทนมลพิษทางอากาศไม่ค่อยได้ ซึ่งต่างกับต้นไม้ทั่วไปที่อึดกว่าเยอะเพราะมันมีขี้ผึ้งบนผิวใบปกป้องให้ สามารถทนอยู่ได้ที่ที่มีมลพิษ เพราะอย่างนี้นี่เอง เราจึงใช้ไลเคนอ่านคุณภาพอากาศได้

สำหรับผม ฟังไปคิดไป งานเข้าแล้วละครับ! แม้จะทำโครงการที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในเมือง แต่ยังหนีไม่พ้นการสำรวจสิ่งมีชีวิตอยู่ดี แถมเป็นสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วอีกด้วย จิ๋วชนิดที่ว่าต้องใช้แว่นขยายกำลังสูง 10 เท่าส่องดูกันทีเดียว ไม่ได้เกลียดหรอกนะครับ แต่กลัวทำไม่ได้ต่างหาก เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน เขากล้ารับเราเข้ามาทำงาน เราก็จะกล้าทำดูสักตั้ง 55
แผนของโครงการฯ ก็คือว่า เราอยากให้คนในเมืองหันมาสนใจปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างจริงจัง จะได้นำมาสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป ตอนนี้หลายๆ คนก็คงรู้อยู่แล้วว่าอากาศในกรุงเทพฯ คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่แล้วมันเท่าไหร่กันล่ะ อาจจะไม่รู้มากนัก เพราะว่าเรายังขาดข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพอากาศของกรุงเทพฯ อยู่ การจะไปพูดลอยๆ ว่า “อากาศเสีย เราต้องมาแก้กันเถอะ!” คงจะไม่มีใครสนใจ โครงการนี้จึงเน้นพัฒนาวิธีการสำรวจไลเคนเพื่อประเมินคุณภาพอากาศแบบง่ายๆ แบบที่ให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ และถ้าเราช่วยกันสำรวจคุณภาพอากาศทั่วกรุงเทพฯ เราก็จะได้ข้อมูลคุณภาพอากาศที่เพียงพอต่อการสร้างให้เกิดความสนใจในปัญหาอากาศเสียได้ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในที่สุด
ฟังดูเข้าท่าไหมล่ะ อิอิ จำมาพูดน่ะ เลยดูดีหน่อย สรุปก็คือเราจะสำรวจหาไลเคนกันเพื่อดูคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ นั่นเอง การสำรวจคุณภาพอากาศแบบนี้เขาเรียกว่า “การตรวจคุณภาพอากาศด้วยวิธีการทางชีวภาพ” ซึ่งจะแตกต่างจากแบบที่กรมควบคุมมลพิษทำอยู่ เพราะเขาใช้เครื่องมือตรวจวัดอากาศทางเคมีซึ่งจะได้ผลออกมาว่ามีสารพิษอะไร ปริมาณเท่าไหร่อยู่ในอากาศบ้าง “การตรวจคุณภาพอากาศด้วยวิธีการทางเคมี” นี้ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนก็จริง แต่เครื่องไม้เครื่องมือมีราคาแพงและต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคสูง ไม่ได้ตรวจกันง่ายๆ ในเมืองไทยจึงมีเครื่องตรวจวัดในลักษณะนี้ค่อนข้างจำกัด และมักใช้ตรวจจุดที่วิกฤติสุดๆ ก่อน เพื่อแก้ปัญหาให้ทันท่วงที
วิธีทางชีวภาพหรือใช้ไลเคนดูอากาศสามารถมาอุดข้อจำกัดตรงนี้ได้ เพราะถ้าได้ศึกษาเรื่องไลเคนนิดหน่อยก็พอทำได้ และก็มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเพราะไม่ต้องใช้เครื่องมือแพงๆ แค่มีแว่นขยายก็พอ แต่วิธีนี้เราอาจไม่รู้ละเอียดว่าในอากาศมีสารพิษอะไรอยู่บ้าง รู้เพียงว่าอากาศแบบนี้ดีหรือไม่ดีต่อเรา
แม้ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเติบโตได้ในทุกที่ทั่วโลก แต่ไลเคนเองก็มีหลายชนิดเหมือนกัน มีทั้งชนิดที่อึดมากหน่อยคือแม้มีมลพิษอยู่ระดับหนึ่งก็ยังอยู่ได้ และไม่อึดเลยคือมีมลพิษนิดหน่อยก็อยู่ไม่ได้แล้ว
ดังนั้นถ้าอยากรู้ว่าอากาศเป็นอย่างไร เราก็สามารถดูได้จากการมีอยู่ของไลเคนแต่ละชนิดได้
นี่คือหลักใหญ่ใจความของโครงการนักสืบสายลมล่ะ
เอาล่ะ พอได้ภาพโครงการนักสืบสายลมคร่าวๆ แล้วเนอะ
ไว้วันหน้าจะมาบันทึกต่อว่า ไลเคนในกรุงเทพมีหน้าตายังไงบ้าง? แล้วดูไลเคนยังไงถึงจะได้ข้อมูลคุณภาพอากาศ

วันนี้แค่นี้ก่อนนะ สวัสดีปีใหม่ นะคร้าบบบ
Happy New Year 2010
ซันชิโร่
ณ หน้าร้าน มูลนิธิโลกสีเขียว
