หรีดจักรยานช่วยโลก

หรีดจักรยานช่วยโลก
เมื่อปลายเดือนกันยายน 2553 ผู้เขียนได้ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพคุณพ่อประจวบ สินธุนาวา เห็นนามสกุลแล้ว คนที่อยู่ในวงการสิ่งแวดล้อมคงพอจะนึกออกว่านามสกุลใคร ใช่แล้ว...ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย์คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เจ้าของสารพัดแนวคิดประหยัดพลังงาน
คราวนี้ก็เช่นกัน อาจารย์จิรพลพยายามบอกแขกเหรื่อที่พอจะบอกต่อกันได้ว่า งานนี้ของดหรีดดอกไม้ เปลี่ยนเป็นหรีดจักรยานแทน พอได้ฟังก็คงงงๆ ว่าเป็นอย่างไรกับ “หรีดจักรยาน”
กล่าวคือ ใครที่อยากนำหรีดมาไว้อาลัย ก็ไม่ต้องสั่งหรีดดอกไม้จากร้านดอกไม้ แต่เปลี่ยนมาเป็นจักรยานแทน ฟังอย่างนี้แล้ว หลายคนคงรู้สึกลำบากใจเข้าไปอีก เพราะไหนจะต้องไปตามหาซื้อจักรยาน ไหนจะต้องนำมาติดชื่อเสียงเรียงนาม แล้วไหนจะต้องขนมาที่วัดอีก
งานนี้อาจารย์จิรพลก็คิดหาทางออกไว้เรียบร้อยแล้ว คือไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก และไม่ต้องเซอร์ไพรส์เจ้าภาพ เพียงแค่โทรบอกอาจารย์จิรพลเลยว่าต้องการร่วมทำบุญด้วยหรีดจักรยานกี่คัน ชื่อใคร อาจารย์ก็จะบอกว่าจักรยานแบบไหนคันละกี่บาท เช่นแบบเด็กใช้ก็ 1,400 บาท แบบผู้ใหญ่ใช้ก็ 2,000 บาท แล้วก็ต้องการแปะชื่อใคร อาจารย์ก็มีเด็กๆ มาคาดให้เสร็จสรรพ ท่านที่ไปร่วมงานก็จะได้เห็นว่า อ้อ...นี่ของเรา แต่บางท่านที่ไปร่วมงานเร็ว ก็อาจจะยังไม่ทันได้เห็น เพราะอาจารย์ต้องรอให้มีคนสั่งถึง 10 คัน ทางร้านจึงจะมาส่งให้ ซึ่งนี่ก็จะยังเป็นอุปสรรคอยู่บ้าง
หลังจากงานศพคุณพ่อแล้ว จักรยานเหล่านั้นก็จะนำไปถวายวัดที่ลพบุรี ซึ่งพระหลวงพี่ของอาจารย์เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นั่น ก็จะรับบริหารจัดการให้เด็กนักเรียนและครูได้ยืมขี่ไปโรงเรียน เพื่อรณรงค์ให้ลดการใช้รถที่สิ้นเปลืองน้ำมัน แถมยังเป็นการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ได้ข่าวงานศพคุณพ่ออาจารย์ ก็จะได้รับทราบข้อมูลนี้ไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยและได้ร่วมทำบุญด้วยจักรยานกันมากมาย ได้ยินว่าหลังจากเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพ ก็ได้จักรยานไป 40-50 คันทีเดียว
ส่วนบรรยากาศงานศพที่อยู่ใกล้เคียงกัน เขาก็ดูงงๆ เหมือนกัน เพราะในขณะที่ศาลาสวดพระอภิธรรมอื่นๆ มีหรีดดอกไม้เต็มไปหมด งานนี้มีหรีดไม่กี่สิบอัน (เพราะมีผู้ที่ไม่ทราบ) ที่เหลือเป็นจักรยานคาดชื่อเจ้าของกันทั้งนั้น
ถามอาจารย์จิรพลว่า ทำไมจึงเป็นหรีดจักรยาน ก็อธิบายว่า การใช้ดอกไม้นั้น เดี๋ยวก็กลายเป็นขยะที่ต้องใช้พลังงานเก็บขนขึ้นรถไปจัดการ การจัดการก็ใช้พลังงานอีก แต่ก่อนมาเป็นดอกไม้จัดหรีดก็มีการปลูก ซึ่งใช้ปุ๋ย และสารเคมีมาก ความต้องการใช้ปุ๋ยและสารเคมีก็ไปกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานในการผลิตปุ๋ยและสารเคมีเหล่านั้น ปลูกเสร็จก็ต้องมีการขนส่งจากแหล่งกำเนิดมาถึงร้านดอกไม้ และบางร้านหรือกับรสนิยมของบางคน ก็ต้องการใช้ดอกไม้จากต่างประเทศ ทำให้ยิ่งใช้พลังงานในการขนส่งมากขึ้น แต่การใช้ของที่เป็นเครื่องอุปโภคที่มีอายุการใช้งานนาน เมื่อใช้เป็นหรีดไว้อาลัยแล้ว มันยังใช้ประโยชน์ต่อได้อีก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬา หรืออื่น ๆ แต่ที่อาจารย์เลือกจักรยานเพราะการนำไปใช้ไม่ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นและยังเป็นการใช้สร้างจิตสำนึกต่อได้อีก
โอ้โฮ...เจ้าพ่อคาร์บอนฟุตพรินท์ บอกเราจนเห็นภาพชัดแจ๋วเลยว่าหรีดไว้อาลัยดอกไม้สดหรือดอกไม้แห้งจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนในกระบวนการไหนบ้าง แม้จะไม่ได้คำนวณออกมาเป็นตัวเลขว่าเท่าไหร่ หรือการลดการใช้ดอกไม้ในงานศพนี้จะลดโลกร้อนได้สักเท่าไหร่เชียว ทว่าเพียงแค่การจุดชนวนแนวคิดลดโลกร้อนว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ในทุกจังหวะชีวิต ก็หรูแล้ว
อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็กๆ เท่านั้น แต่รู้ไหมว่า คาร์บอนไดออกไซด์ที่ปกคลุมโลกจนร้อนอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นเพราะเรื่องเล็กๆ แบบนี้ทั้งนั้นแหละ
