วิกฤตภูมิอากาศโลก สัมผัสได้เร็วกว่าที่คาด

วิกฤตภูมิอากาศโลก สัมผัสได้เร็วกว่าที่คาด
ตอนที่เริ่มได้ยินเรื่องโลกร้อนใหม่ๆ เมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว รู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวจัง อีกตั้งหลายๆ สิบปีกว่าจะถึงวันนั้น 20 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก วันนั้นมาถึงแล้ว วันที่พวกเราคิดว่ายังไกลตัว มาดูว่าวันนี้รอบโลกและรอบเรากำลังเผชิญกับอะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับภูมิอากาศโลกที่กำลังวิกฤต
โลกร้อน แมลงคุกคาม
คณะกรรมการการระบาดของตั๊กแตนแห่งชาติศึกษาพบว่า การที่อุณหภูมิในฤดูใบไม้ผลิสูงขึ้น ทำให้ตั๊กแตนใช้เวลาฝักไข่เพียง 10 วัน ทำให้คาดว่าทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย จะต้องเผชิญกับแมลงศัตรูพืชตัวร้ายนี้ในราวปลายเดือนกันยายน และจะแพร่กระจายเกือบทั่วรัฐในราวกลางเดือนตุลาคม ซึ่งคาดว่าจะเป็นการระบาดครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 75 ปี ตอนนี้มีการเตรียมการเจ้าหน้าไว้ถึง 400 คน เพื่อกำจัดตั๊กแตน โดยรัฐบาลแนะนำให้เกษตรใช้สารเคมีฉีดพ่นเพื่อป้องกันและกำจัดให้ทันท่วงทีก่อนที่จะมีการระบาดต่อเนื่อง
โลกร้อนจุดไฟป่ารัสเซีย
หลังจากฤดูร้อนที่รัสเซียเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดในรอบพันปี นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามจะอธิบายเรื่องนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั้งยุโรป รัสเซีย และไทย ตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติของแนวปะทะอากาศอาร์กติกที่เรียกว่า อาร์กติก ฟรอนต์ ที่ปกติฤดูนี้จะพัดพาความร้อนจากตะวันตกหรือบริเวณมอสโคไปทางตะวันออก ทำให้ทะเลทรายไซบีเรียอบอุ่น และพาความร้อนจากแผ่นดินระบายออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก แต่ที่นักวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ก็คือ แนวปะทะอากาศอาร์กติกยังคงพัดจากตะวันตกไปตะวันออกตามปกติ แต่ความร้อนกลับถูกสกัดเอาไว้ยังไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไร อาร์กติก ฟรอนต์ จึงไม่พาเอาความร้อนไปด้วย เกิดเป็นความร้อนสะสมทางตะวันตกของประเทศหรือมอสโค ส่งผลให้บริเวณไซบีเรียตอนนี้มีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ นอกจากความร้อนจะยังคงมีต่อเนื่องไปอีกหลายวันแล้ว ถ้าก๊าซเรือนกระจกไม่ลดลง ยังอาจทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของรัสเซียสูงขึ้นตลอดปีหน้าและต่อเนื่องไปอีกไม่น้อยกว่า 40 ปี ซึ่งรัสเซียจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการผจญไฟป่าที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน
อุทกภัยครั้งรุนแรงที่ปากีสถาน
มหันตภัยน้ำท่วมที่ปากีสถานในปีนี้ องค์การสหประชาชาติถึงกับออกปากว่าเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงกว่าสึนามิถล่มเอเชียและแผ่นดินไหวที่เฮติรวมกัน เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบในประเทศเดียวกว่า 13 ล้านคน ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ บอกว่า ปัจจัยหลักคืออุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณทะเลอาหรับและมหาสมุทรอินเดียสูงกว่าค่าปกติราว 2-3 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการระเหยของน้ำขึ้นไปสะสมในอากาศมาก แต่ก็ประกอบกับความแปรปรวนของลมบริเวณศูนย์สูตรที่ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณปากีสถาน ส่วนความเสียหายเกิดขึ้นมาก เพราะไม่มีระบบการเตรียมรับน้ำท่วมเนื่องจากปากีสถานเป็นประเทศแห้งแล้งกึ่งทะเลทรายคล้ายกับอัฟกานิสถานที่อยู่ด้านบน
วิกฤตขาดแคลนอาหารเพราะโลกร้อน
นักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่า อีก90 ปีข้างหน้าครึ่งโลกจะเผชิญความขาดแคลนอาหาร นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยวอชิงตันศึกษาพบว่า ศตวรรษนี้เป็นศตวรรษที่อุณหภูมิโลกสูงที่สุด ซึ่งจะสร้างความแห้งแล้งจนทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย พื้นที่เขตร้อนและใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 20-40% ซึ่งจะสร้างประวัติศาสตร์แห่งความอดอยากขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ ให้แก่ประชากรราว 3 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการปรับตัวโดยการพัฒนาอาหารในรูปแบบใหม่ที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นได้ โดยมีเวลาเพียง 10 ปีเท่านั้นที่จะพัฒนาพันธุ์พืชและการเกษตรรูปแบบใหม่
โลกร้อนเม็กซิโกอพยพเข้าสหรัฐอเมริกา
โลกร้อนที่ทำให้สภาพอากาศที่เม็กซิโกวิกฤตเกิดความแห้งแล้งจนพืชผลการเกษตรเสียหาย ในขณะที่ฤดูพายุก็มีพายุรุนแรงและน้ำท่วม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันศึกษาพบว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดผลกระทบทางสังคม โดยทุก 10% ที่พืชผลทางการเกษตรของเม็กซิโกเสียหาย จะทำให้ชาวเม็กซิกันอพยพเข้าสหรัฐอเมริกา 2% จึงคาดการณ์ว่าจะทำให้อีก 70 ปีข้างหน้าชาวเม็กซิกันจะอพยพเข้าสหรัฐอเมริกาได้ถึง 6 ล้าน 7 แสนคน โดยการอพยพจะเป็นการอพยพเข้าโดยผิดกฎหมายและส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ยากจน ซึ่งสหรัฐอเมริกากำลังเกรงว่าจะสร้างปัญหาทางสังคมตามมา
อากาศแปรปรวน ไข้เลือดออกไทยรุนแรง
5 จังหวัดภาคใต้กำลังเผชิญวิกฤตการระบาดของไข้เลือดออกหนักสุดในประเทศคือ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล ส่วนภาคที่ระบาดรองลงมาคือภาคกลาง และภาคอีสาน ซึ่งภาพรวมการระบาดของโรคไข้เลือดออกปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 83% ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกไวรัสสัตว์สู่คน บอกว่า ปัจจัยหนึ่งก็คือเป็นวงรอบของการระบาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุก 2-4 ปี ทำให้การระบาดปีนี้สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะในปีนี้เพียงแค่ 30 สัปดาห์ก็มีผู้ป่วยแล้ว 76 คนใน 1 แสนคน คงต้องรอดูตัวเลขสิ้นปีอีกครั้งว่าจะสูงแค่ไหน
ตารางแสดงอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกต่อประชากรแสนคน

แต่ปัจจัยที่เสริมทั้งในแง่ของปริมาณโรคที่มากขึ้นและความรุนแรงที่มากขึ้นก็คือ การที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมา ทำให้วงจรชีวิตของยุงสั้นลง และที่ไวรัสในยุงเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น สร้างความรุนแรงของโรคได้มากขึ้น จนสามารถทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบจนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ เช่นที่เวียดนามมีสถิติการได้รับเชื้อไข้เลือดออกแล้วกลายเป็นโรคไข้สมองอักเสบถึง 4% ในประเทศไทยก็พบเช่นกัน แต่ยังไม่มีการเก็บสถิติ
ส่วนฝนที่มากขึ้นก็ทำให้มีน้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงมากขึ้น ในขณะที่การกำจัดยุงโดยการฉีดพ่นสารเคมีไม่ได้ผลแล้ว เพราะยุงมีความต้านทานมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
นี่ยังไม่รวมวิกฤตหนาวหนักจนคนตายที่ยุโรปเมื่อต้นปี และหนาวหนักที่ซีกโลกใต้กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ หรือแม้กระทั่งพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทยกว่า 400,000 ไร่ที่จะหายไปใน 100 ปี
ข่าวเหล่านี้บอกอะไรเรา นอกจากบอกภัยพิบัติที่เรากำลังเผชิญกันอยู่แล้ว ที่สำคัญก็คือวิชาการยังไม่อาจอธิบายหรือหาทางออกได้อย่างชัดเจนในเรื่องราวเหล่านี้ ในขณะที่การรับมือภัยพิบัติจากภาวะวิกฤตอากาศก็ยังมีความเชื่อในหลายแง่มุม ทั้งฝ่ายที่เชื่อว่าเทคโนโลยีจะป้องกันได้ 100% จนมีการคิดค้นสร้างยานหรือที่อยู่แบบที่จะห่อหุ้มคนไว้ภายในเพื่อรอวิวัฒนาการโลกใหม่เหมือนในหนัง ในขณะที่อีกแนวคิดให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้เข้ากับระบบนิเวศ แต่...ยังไม่รู้ว่าจะปรับอย่างไร
ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ มองว่า ควรจะต้องมีโครงการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของมหาสมุทรทั่วโลก เพื่อที่จะพยากรณ์ปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศให้แม่นยำ เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ไหน อย่างไร ช่วงเวลาใด ในขณะที่สำหรับประเทศไทย สิ่งที่จำเป็นก็คือต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวความคิดการบริหารประเทศที่มุ่งสร้างความเจริญเติบโต ไปเป็นการบริหารจัดการความสูญเสียให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หรืออยู่ในระดับที่พอจะยอมรับได้
“จริงๆ ทั้งโลกตอนนี้ไม่ต้องมองว่าเราจะโตขึ้นไปอย่างไร เราใช้ทรัพยากรโลกไปจนเกินจุดที่ยั่งยืนแล้ว ดังนั้นเรากำลังอยู่ในช่วงขาลง เทคโนโลยีหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้รับกันอยู่อย่างในทุกวันนี้มันเป็นภาพลวงตา มันจะเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นในระดับสิบปีเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมันจะเห็นถึงขาลงที่ชัดเจนขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องเริ่มมองแล้วว่าจะลงอย่างไรให้เจ็บตัวน้อยที่สุด ประเทศไทยก็เหมือนกัน ผลกระทบหรือความสูญเสียมันต้องมี แต่จะเฉลี่ยทุกข์สุขกันอย่างไรให้สังคมอยู่ได้”
ในฐานะผู้เขียนที่เคยคิดว่า เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องไกลตัว อีกตั้งนาน จึงอยากให้ผู้อ่านตระหนักได้เร็วกว่าผู้เขียน เพราะเราอาจสัมผัสผลกระทบของ “ขาลง”ได้เร็วขึ้น
