ขบวนการเปลือยดิน

ขบวนการเปลือยดิน
1.
แรงบันดาลใจของชายหนุ่มชื่อแอริฟ คาน นักวางผังเมืองได้รับการจุดประกายขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ระหว่างเลือกซื้อบ้านมือสองในละแวกตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา
มันเป็นบ้านหลังที่เขาหมายปอง ทุกอย่างตรงตามความต้องการ ยกเว้นพื้นที่กว้างๆ ข้างโรงรถซึ่งเทปูนเป็นลานคอนกรีตสีหม่น แทนที่จะปลูกต้นไม้ให้งอกงาม
แอริฟตัดสินใจซื้อบ้านหลังนั้นพร้อมกับร่างภาพในหัวถึงสวนอินทรีย์ขนาดเล็กที่จะโผล่ขึ้นมาแทนที่พื้นปูนแห้งแล้ง เขาวางแผนจะปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพร และไม้ผลยืนต้น ซึ่งจะให้ทั้งร่มเงาและอาหาร
ในตอนนั้น ชายหนุ่มนักวางผังเมืองลืมนึกถึงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่จะตามมาหลังออกแรงรื้อลานคอนกรีตขนาด 230 ตารางเมตรออกไป
เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่า การปรับเปลี่ยนลานคอนกรีตให้เป็นพื้นที่สีเขียว จะทำให้เขากลายเป็นแกนนำของขบวนการเปลือยดินไปโดยปริยาย แถมยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่กระโดดเข้าร่วมขบวนการเพราะคิดเห็นตรงกัน นั่นคือ ผืนดินควรทำหน้าที่รองรับการเติบโตของพืชสีเขียวๆ มากกว่าโดนกักขังไว้ใต้แผ่นยางมะตอยหรือถนนคอนกรีต
2.
ด้วยรู้และตระหนักเป็นอย่างดีว่า เมืองซึ่งเต็มไปด้วยถนนลาดยางมะตอยหรือทางคอนกรีตคือปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้แหล่งน้ำปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรกและมลพิษมากขึ้น

เพราะน้ำที่ชะล้างสารพัดสิ่งสกปรกและมลสารแปลกปลอม เช่น คราบน้ำมัน ฝุ่นโลหะหนัก ไม่สามารถซึมผ่านชั้นยางมะตอยหรือแผ่นคอนกรีตได้ มันจึงไหลบ่าลงไปรวมกันอยู่ในแม่น้ำลำคลองที่อยู่ใกล้เคียง แทนที่จะค่อยๆ ซึมลงสู่เบื้องล่าง โดยมีชั้นดิน หิน ทรายตามธรรมชาติเป็นตัวกรองมลพิษ
“นี่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเล็กๆ ที่ซีเรียสอยู่เหมือนกัน ถ้าถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างถนนคอนกรีตกับปลาในแหล่งน้ำ น้อยคนที่จะนึกออกว่าสองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกัน เพราะถนนคอนกรีตมีส่วนทำให้มลพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำและตกค้างอยู่ในตัวปลา”แอริฟ อธิบาย
...ที่สำคัญ มันไม่ได้สิ้นสุดที่ปลา แต่มักส่งต่อมาถึงคนซึ่งเป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้ายในห่วงโซ่อาหารด้วยเช่นกัน
อีกหนึ่งผลลบที่ไม่อาจมองข้ามคือ ทั้งถนนลาดยางมะตอยและทางคอนกรีตต่างสะสมความร้อน ทำให้อุณหภูมิของเมืองเพิ่มสูงขึ้นกว่าเขตชนบทโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Heat island effect” ซึ่งจะเป็นลูกโซ่สืบเนื่องถึงการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศอีกด้วย
3.
การรื้อถอนลานคอนกรีตในบ้านของตนเองเป็นครั้งแรก ทำให้แอริฟต้องคลำหาวิธีการกำจัดซากปูนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด
เขาพยายามสืบค้นผ่านอินเทอร์เน็ตแต่ไม่พบอะไรมากมายนัก จึงต้องใช้เวลาสะสมภูมิรู้จากหลากหลายแหล่งข้อมูลอยู่นาน จนถึงจุดที่รู้สึกว่ามีประโยชน์มากพอที่จะบอกต่อกับผู้คนในวงกว้าง จึงก่อตั้งขบวนการเปลือยดินพร้อมกับเปิดเว็บไซต์depave.orgขึ้นในปี 2550

ขบวนการเปลือยดินเริ่มต้นด้วยชาวพอร์ตแลนด์หัวใจสีเขียวประมาณ 20คน ทุกคนเป็นอาสาสมัคร 100%จึงไม่ได้รับค่าตอบแทนในการปฏิบัติภารกิจ แต่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากโครงการซ่อมแซมเมือง (City Repair Project) เพื่อใช้จ่ายในการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ ซื้อเมล็ดพันธุ์และกล้าไม้ และในการขนย้ายเศษซากจากการรื้อถอน
ทั้งนี้การเปลี่ยนพื้นคอนกรีตเป็นผืนดินแต้มสีเขียว มิใช่เรื่องที่จะดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวหรือสัปดาห์เดียว มันเป็นโครงการที่ต้องอาศัยความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังการตรวจสอบผืนดินที่ถูกปกปิดจากแสงแดดเป็นเวลานานว่าอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด ปนเปื้อนมลพิษอะไรหรือไม่ เขาก็ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพดิน เติมปุ๋ยนิด เติมจุลินทรีย์หน่อย กระตุ้นให้ดินมีชีวิตชีวาก่อนจะลงมือปลูกพืช หลังจากปลูกแล้วยังต้องประคบประหงมดูแลให้งอกงามตามธรรมชาติโดยไม่พึ่งพาสารเคมีอันตราย
“ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่เพลิดเพลินกับภารกิจเปลือยดิน อาสาสมัครทุกคนลงแรงเต็มที่เช่นกัน แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็สนุกสนานและมีรอยยิ้ม ผมว่าการรื้อถอนยางมะตอยและคอนกรีตช่วยฟื้นฟูธรรมชาติและจิตใจไปพร้อมๆ กัน” แอริฟกล่าวทิ้งท้าย
...ถึงบรรทัดนี้ลองมองไปรอบบ้านของคุณสิ ความงามของผืนดินโดนยางมะตอยและคอนกรีตปิดบังไปแล้วกี่มากน้อย
FYI
depave.org เผยแพร่คู่มือสำหรับมือใหม่หัดรื้อทางยางมะตอยและถนนคอนกรีต แวะเข้าไปอ่านได้ฟรีๆ ที่ http://depave.org/wp/wp-content/uploads/2010/07/How-To-Depave_Guide.pdf
