กองโจรส้อมพรวน

กองโจรส้อมพรวน
1.
รถยนต์ห้าประตูคันนั้นเลี้ยวเข้าจอดเทียบขอบทาง สิ่งที่วางมัดมาบนหลังคารถคือกล่องใส่สารพันไม้เลื้อยไม้ดอก ขณะเดียวกันพื้นที่ท้ายรถก็อัดแน่นด้วยถาดบรรจุต้นเดซี่สีขาว ไม่ต่างกับเบาะโดยสารซึ่งเต็มไปด้วยต้นไอวี่หลากสีที่วางเรียงกันอยู่ในลัง
เมื่อชายหนุ่มคนขับลงจากรถ สมาชิกอีก 5 คนเดินก็ตามมาสมทบ ทุกคนช่วยกันขนย้ายข้าวของอย่างว่องไว ในไม่ช้าอุปกรณ์ทำสวนและต้นไม้ที่เตรียมมาก็วางเรียงอยู่บนฟุตบาท เป็นสัญญาณว่า “พร้อมเต็มที่” สำหรับภารกิจในค่ำคืนนี้
ทั้งหมดสวมถุงมือหนังและรองเท้าบู๊ตยาง แล้วกระโดดข้ามรั้วเตี้ยเข้าไปยืนอยู่บนผืนดินขนาดเล็กซึ่งว่างเว้นการใช้ประโยชน์มานานจนเปลี่ยนเป็นแหล่งสะสมขยะไปโดยปริยาย ทั้งหีบห่ออาหารและขวดเบียร์กองทับถมกันสูงท่วมข้อเท้า ทีมงานช่วยกันเคลียร์ขยะเป็นอันดับแรก คนละมือละไม้โกยเก็บใส่ถุงดำ โดยไม่ลืมแยกประเภทของขยะก่อนจะนำไปเทลงถัง
ริชาร์ด เรย์โนลด์ส ลงมือตัดแต่งไม้พุ่มที่รกรุงรังอย่างใจเย็น มันค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละน้อยและเริ่มใกล้เคียงกับภาพที่วาดไว้ในหัว
“แบบนี้น่าจะลงตัวกับดอกราชาวดีสีม่วง โดยเฉพาะเวลามันออกดอกเต็มต้น” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง
ในไม่ช้าสมาชิกร่วมแก๊งค์ต่างง่วนอยู่กับการปรับสภาพพื้นที่ พรวนดิน ขุดหลุม บรรจงปลูกไม้ดอกต้นเล็กๆ เรียงกันเป็นแถวเป็นแนวตามแบบร่างที่หารือกันไว้ แล้วค่อยเก็บกวาดเศษดินกิ่งไม้ใบไม้ เป็นอันปิดฉากผลงานสวนที่เสร็จสมบูรณ์
ปฏิบัติการกึ่งกองโจรลักษณะนี้มักดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง
ที่สำคัญ...มันเกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่สาธารณะหรือผืนดินเล็กๆ ที่พวกเขาไม่มีสิทธิครอบครอง
2.
เพราะเป็นหนุ่มนักโฆษณาของบริษัทชื่อดังในลอนดอน ชีวิตภาคกลางวันของริชาร์ด เรย์โนลด์ส ชาวอังกฤษวัยสามสิบเศษจึงขลุกอยู่ในออฟฟิศเสียเป็นส่วนใหญ่
ตรงข้ามกับยามค่ำคืนที่หลายครั้งจะพบเขาออกมาเดินเพ่นพ่านอยู่ริมถนนเพื่อปฏิบัติภารกิจในฐานะแกนนำของกองโจรส้อมพรวน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Guerrilla Gardening”
ริชาร์ดเกิดและใช้ชีวิตวัยเด็กในแถบชนบทของแคว้นเดวอน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหราชอาณาจักร บ้านของเขามีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งไม่เพียงเหลือเฟือสำหรับการเล่นซนตามประสาเด็ก แต่ยังมากพอสำหรับการปลูกดอกไม้ต้นไม้แบบไร้ขีดจำกัด
...นั่นน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่บ่มเพาะให้ริชาร์ดผูกพันกับกิจกรรมมือเปื้อนดินมาตั้งแต่เยาว์วัย และรู้สึกโปรดปรานการใช้เวลาว่างเพื่อทำสวนมากเป็นพิเศษ
เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เขาถูกส่งตัวไปเข้าโรงเรียนต่างเมือง นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กชายได้กระทำการครอบครองแปลงผักของเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่กระตือรือร้นจะเพาะหว่านเมล็ดพันธุ์ โดยยึดเข้ามาไว้ในความรับผิดชอบปลูกและดูแลของตนเอง
พอเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย แม้ไม่มีแปลงให้ปลูกพืชเช่นเดิม ริชาร์ดก็ยังฉวยใช้พื้นที่ว่างเล็กๆ ริมกรอบหน้าต่างภายในห้องพักเป็นตำแหน่งวางกระถางปลูกต้นไม้
กระทั่งย้ายเข้ามาตั้งรกรากในย่านชุมชนทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนซึ่งเต็มไปด้วยตึกปูนและอาคารสูง บ้านใหม่ของเขาขาดแคลนชีวิตสีเขียวๆ โดยสิ้นเชิง แม้ในห้องพักก็ยังไม่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางกระถางต้นไม้
ริชาร์ดไม่เคยเจอสภาพนี้มาก่อน ความอึดอัดกระตุ้นให้เขากวาดสายตาหาพื้นที่เหมาะเหม็งนอกอาคาร และกลายเป็นจุดเริ่มของกองโจรส้อมพรวนในลอนดอน ในไม่ช้ากิจกรรมลักลอบปลูกต้นไม้ที่เคยลงมือลำพัง ค่อยๆ ขยายไปสู่กลุ่มคนรอบข้าง จากเพื่อนที่รู้จักกันถึงสมาชิกหน้าใหม่
กระทั่งในปี 2547 ริชาร์ดจริงจังมากขึ้นกับการเผยแพร่ความสนุกของเขาและเพื่อนร่วมก๊วนลงในบล็อกส่วนตัว บอกเล่าวีรกรรมพร้อมโชว์ภาพถ่ายความเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังของ “ผืนดินกำพร้า” (orphaned land) ซึ่งดึงดูดความสนใจพร้อมกับยุให้ผู้ที่ห่างเหินการปลูกต้นไม้มานานออกอาการคันไม้คันมืออยากลักลอบทำสวนขึ้นมาบ้าง
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2551 เขาเข็นพ็อกเก็ตบุ๊กชื่อ “On Guerrilla Gardening” ออกมาปลุกเร้าการต่อสู้กับพื้นที่รกร้างด้วยสีสันของดอกไม้อีกทางหนึ่งด้วย
ภาพ : http://search.barnesandnoble.com
ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ริชาร์ดและกองโจรของเขาลงมือสร้างสวนดอกไม้ในพื้นที่เล็กๆ ทั่วลอนดอนได้มากกว่า 40 แห่ง เพิ่มจำนวนแนวร่วมท้องถิ่นได้อีกราว 200-300 คน หากนับรวมทั่วโลกก็คงปาเข้าไปหลายพันคน ทั้งยังสร้างกระแส “Guerrilla Gardening” ให้กลับมาคึกคักในอีกหลายเมืองใหญ่ อาทิ นิวยอร์ก เบอร์ลิน อัมสเตอร์ดัม โตเกียว...โดยที่เขาเองก็ไม่ทันได้คาดคิด
3.
หากย้อนรอยสิ่งที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ “Guerrilla Gardening” ไม่ใช่แนวคิดใหม่เอี่ยม เพราะมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วในนิวยอร์ก โดยมีลิซ คริสตีเป็นแกนนำและถูกใช้เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ทางการเมืองเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปที่ดินหรือสิทธิการครอบครองที่ดิน
...ต่างจากปัจจุบันซึ่งโน้มเอียงมาสู่ประเด็นของการรณรงค์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ริชาร์ด เรย์โนลด์สให้นิยาม “Guerrilla Gardening” ในแบบของเขาเองว่า เป็นการบุกเข้าไปปลูกต้นไม้หรือจัดแต่งสวนในพื้นที่ที่ไม่ได้รั บอนุญาต โดยพื้นที่เหล่านั้นจะต้องเข้าข่าย “ผืนดินกำพร้า” คือถูกปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามศักยภาพที่มี
กองโจรส้อมพรวนไม่เคยเกี่ยงขนาดของพื้นที่ ต่อให้เล็กจิ๋วแค่ขอบทางเดินเท้า หลืบมุมของป้ายหยุดรถประจำทาง หรือแค่โคนต้นไม้ใหญ่ริมถนน พวกเขาสามารถเปลี่ยนให้มันสวยงามน่ามองได้ทั้งสิ้น
นอกจากเพิ่มสีสันจากพันธุ์ไม้หย่อมเล็กๆ ปฏิบัติการลักลอบปลูกยังช่วยลดช่องว่างความห่างเหินของคนในเมือง กระชับความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมชุมชน และจุดประกายความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกัน นับตั้งแต่เริ่มลงมือทำสวนไปจนถึงการช่วยประคบประหงมดูแลสวน
ริชาร์ดและแฟนสาวยืนยันตรงกัน การสุมหัวกันทำสวนยามค่ำคืนช่วยให้บทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนร่วมชุมชนเริ่มต้นง่ายขึ้น ผู้คนที่เดินผ่านมักหยุดดูด้วยความสงสัยและเอ่ยปากถามไถ่ในที่สุด
แม้กองโจรส้อมพรวนจะขอรับบริจาคเงินทุน เมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์ทำสวนต่างๆ แต่ยังไม่เพียงพอ ริชาร์ดจึงต้องควักกระเป๋าตัวเองอยู่บ่อยครั้ง โดยบางปียอดรวมการใช้เงินส่วนตัวดำเนินกิจกรรมอาจสูงถึง 50,000 บาท แต่เขาก็มองว่า มันคุ้มค่าเหลือเกินกับความสุขของเขาและรอยยิ้มของเพื่อนร่วมชุมชน
จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังสร้างสรรค์ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่จำกัดสถานที่
แล้วคนแถวนี้จะมัวรีรอทำไม
