วัยรุ่น ว้าวุ่น โลกร้อน

ฐิตินันท์  ศรีสถิต

วัยรุ่น ว้าวุ่น โลกร้อน

ฐิตินันท์ ศรีสถิต

1.

จะว่าไป...ความว้าวุ่นก็คล้ายก้อนกรวดเล็กๆ ในรองเท้า ถ้าปล่อยให้ไหลกลิ้งวิ่งเล่นอยู่อย่างนั้น มันมักรบกวนหัวใจไม่รู้จบ หลายคนจึงเลือกลงมือกำจัดก้อนกรวดของตัวเอง (ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม) มากกว่าจะยินยอมผูกมิตรกับความรำคาญ

รอส แฮร์ริสสัน (Ross Harrisson) หนุ่มวัยทีนชาวอังกฤษเป็นอีกคนที่ตัดสินใจเช่นนี้ เขาไม่มั่นใจนัก ก้อนกรวดชื่อ “โลกร้อน” เข้ามาอยู่ในรองเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่แน่ๆ มันสร้างความปั่นป่วนและหงุดหงิดใจมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเขยิบถึงขีดสุดในปี 2009

รอสรับรู้ชัดเจนถึงภาวะท่วมท้นไหลบ่าของข้อมูลโลกร้อนมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องด้วยสื่อทุกแขนงพร้อมใจกันปลุกกระแสความสนใจก่อนถึงการประชุมประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 15 (หรือ COP 15) ซึ่งจัดขึ้นช่วงปลายปีที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และเขาเองก็เบื่อหน่ายเหลือเกินกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายโต้เถียงกันในเรื่องเดิมๆ ของคนกลุ่มเดิมๆ

ในฤดูร้อนของปีเดียวกันนั้น หนุ่มน้อยที่อายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ พยายามจะสืบค้นคำตอบให้ตัวเองในสองประเด็นคือ มนุษย์เป็นต้นเหตุของโลกร้อนหรือไม่ และเรื่องพรรค์นี้ “ช่างหัวมัน” ได้หรือเปล่า จึงลุกขึ้นวางแผนสัมภาษณ์ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิต ไปจนถึงคนเดินถนนธรรมดาๆ ควบคู่กับการติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ แถมท้ายด้วยการควานหาแหล่งทุนสนับสนุน โดยกำหนดหมุดหมายปลายทางเป็นหนังสั้นหนึ่งเรื่อง

แม้จะเป็นความโหดหินเมื่อเขาต้องชั่งน้ำหนักข้อมูลเพื่อตัดทอนหรือคัดเลือกประเด็นที่จะจัดวางลงไปในเนื้อเรื่อง แต่เมื่อผ่านไปเกือบ 18 เดือน ในที่สุดภารกิจคิดเองทำเองของรอสซึ่งหมายรวมถึงการเขียนบท กำกับ และควบคุมการผลิต ก็งอกเงยจนสำเร็จเป็นภาพยนตร์สารคดีความยาว 40 นาทีที่เสนอประเด็นฮอตเรื่องโลกร้อนด้วยมุมมองสดใหม่ของวัยรุ่น

...มันออกฉายครั้งแรกช่วงปลายปี 2010 ท่ามกลางเสียงตอบรับดีเยี่ยม

 

2.

Beyond the Brink Trailer from Ross Harrison on Vimeo.

แม้จะเป็นผลงานของมือสมัครเล่น แต่ “Beyond the Brink” ซึ่งเดินเรื่องโดยผสมผสานคำสัมภาษณ์ของผู้คนเข้ากับเสียงบรรยายเล่าเรื่องของรอสก็อธิบายเรื่องโลกร้อนได้อย่างกระชับ เข้าใจง่าย และไม่น่าเบื่อ

รอสเปิดเรื่องด้วยการตั้งคำถามกับปู่ย่าของตัวเอง เพราะเป็นคนใกล้ชิดที่สัมผัสความเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นในช่วงชีวิต อีกทั้งยังอธิบายความแตกต่างระหว่างวันวานกับวันนี้ด้วยถ้อยคำพูดคุยธรรมดาๆ มิใช่ภาษาวิชาการ โดยเรื่องที่ผู้สูงอายุสองคนช่วยกันรื้อฟื้นขึ้นมาเล่า ได้แก่ อาหาร การเดินทาง และปริมาณหิมะ

เมื่อครั้งยังไม่มีตู้เย็น ผู้คนสมัยก่อนเก็บอาหารได้ไม่นาน จึงนิยมแบ่งปันอาหารแก่เพื่อนบ้านในชุมชน เป็นการแบ่งปันซึ่งเกิดขึ้นบ่อยถี่กว่าสมัยนี้ไม่รู้กี่เท่า พืชผักผลไม้ออกสู่ท้องตลาดตามฤดูกาล ไม่เหมือนวันนี้ที่องุ่น ส้ม กล้วย มีวางขายทั้งปีในซูเปอร์มาร์เก็ต

เมื่อครั้งรถยนต์ยังไม่แพร่หลายใช้งาน ผู้คนสมัยก่อนเดินหรือขี่จักรยานไปได้ทุกที่

เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว ฤดูหนาวของอังกฤษมาพร้อมกับกองหิมะหนาๆ บนพื้นถนน และตกค้างอยู่นานเป็นสัปดาห์หรืออาจจะถึง 10 วัน แต่ปัจจุบันก็มิได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

ถัดจากข้อมูลการสังเกตและความรู้สึก เขาค่อยๆ ดึงความรู้และผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ให้ขยับเข้าใกล้ผู้ชมทีละน้อย เช่น ตัวเลขสถิติที่ยืนยันว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น กลไกการเกิดภาวะเรือนกระจก และอื่นๆ โดยสื่อสารผ่านแอนิเมชั่นสีสันกราฟฟิก แล้วจึงเพิ่มความเข้มข้นด้วยคำพูดของผู้ใหญ่ที่คลุกคลีวงในเรื่องโลกร้อน

ไล่เรียงกันไปตั้งแต่เซอร์เดวิด แอทเทนเบอเรอห์ (Sir David Attenborough) นักธรรมชาติวิทยารุ่นเดอะแห่งเกาะอังกฤษ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวข่าวสารและความรู้ด้านธรรมชาติวิทยามานานกว่า 50 ปี เดวิด ชุกแมน (David Shukman) ผู้สื่อข่าวสายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมจากสำนักข่าวบีบีซี มาร์ก ไลนัส (Mark Lynas) นักเขียนและนักข่าวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ไดเตอร์ เฮล์ม (Dieter helm) ศาสตราจารย์ด้านนโยบายพลังงาน มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ฯลฯ

ทั้งหมดช่วยกันอธิบายสาเหตุ ความผิดพลาดของระบบเศรษฐกิจ อุปสรรคของการแก้ปัญหาโดยเฉพาะเรื่องการเมืองและนโยบายพัฒนาประเทศ พร้อมกับยกตัวอย่างผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วและคาดการณ์ถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า รอสได้คำตอบชัดเจนอะไรเป็นอะไรและอย่างไร ความลังเลใจถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอยากบอกต่อสู่สังคมวงกว้าง

เขาเปิดเว็บไซต์ http://www.beyondthebrink.org/ ให้คนทั่วไปคลิกเข้ามาชมหนังสั้นที่ปลุกปั้นมากับมือ “Beyond the Brink” โดยสะดวก และส่งดีวีดี “Beyond the Brink” จำนวนหลายร้อยแผ่นไปยังโรงเรียน วิทยาลัย และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ รอสพาหนังสั้นที่บรรจุข้อมูลเรื่องโลกร้อนเดินทางสู่สายตาผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน

อีกหนึ่งปีถัดมา ผลงานหนังสั้นก็พาเขาขึ้นรับรางวัลประจำปี Midcounties Co-operative ในฐานะสมาชิกรุ่นเยาว์ พร้อมกับมอบโอกาสในการเดินทางไกลครั้งแรกข้ามทวีปไปยังประเทศแอฟริกาเพื่อร่วมทำงานกับชุมชนที่นั่นตามโครงการขององค์กรผู้มอบรางวัล...เป็นโบนัสของผลลัพธ์ที่เจ้าตัวก็นึกไม่ถึงเช่นกัน

3.

“โลกร้อนเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวและง่ายต่อการเพิกเฉย แม้ข่าวสารจะปรากฏผ่านสื่ออย่างสม่ำเสมอ แต่คนจำนวนมากก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าใดนัก นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง” รอสกล่าว

ชายหนุ่มยอมรับว่าพยายามใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามาสักระยะแล้ว แต่เมื่อลงมือสร้าง “Beyond the Brink” สำนึกสีเขียวยิ่งได้รับการตอกย้ำมากขึ้น เขาเลือกใช้ระบบขนส่งมวลชนทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะเชื่อว่านี่คือแอ็คชั่นสำคัญของภาคประชาชนที่จะแสดงให้รัฐบาลหันมาตระหนักถึงความต้องการก้อนใหญ่ และปรับปรุงระบบรถเมล์และรถไฟให้ดีขึ้นหรือราคาถูกลง เขารียูสและรีไซเคิลเท่าที่ทำได้ แถมยังคิดเยอะทุกครั้งที่จะซื้อสินค้า ไม่ใช่แค่ปฏิเสธข้าวของซึ่งขนส่งทางเครื่องบิน แต่ยังพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ซื้อมากเกินไปเป็นอันดับแรก

“พวกเรามักดูถูกผลจากการกระทำในระดับบุคคล ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะเขาอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีพลังมากเท่ากับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ คนส่วนใหญ่ก็เลยไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งที่ความจริงเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของระบบใหญ่ระบบเดียวกัน เช่น ถ้าพวกเราช่วยกันสร้างอุปสงค์หรือรวมตัวเรียกร้องแหล่งพลังงานสะอาดกันมากๆ ก็น่าจะสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลได้บ้าง” รอสแสดงความเห็น

วันนี้รอสกำลังศึกษาต่อในมหาวิทยาแคมบริดจ์ เขามุ่งมั่นที่จะเดินหน้าผลิตสารคดีบนเส้นทางงานรณรงค์สิ่งแวดล้อมต่อไป โดยมีเซอร์เดวิด แอทเทนเบอเรอห์ เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ

หากเปรียบเทียบกับคนสีเขียวคนอื่นๆ รอสคงไม่ใช่ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ในการกอบกู้โลก แต่สิ่งที่เขาลงมือก็มิใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ แถมยังทำออกมาได้ดีมากซะด้วย...ช่างเป็นการรับมือความว้าวุ่นเรื่องโลกร้อนด้วยพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่โดยแท้

 

ที่มาภาพประกอบ

ross01 จาก http://b.vimeocdn.com/ps/353/353721_300.jpg
ross02 จาก http://www.breakingtheice.org.uk/wp-content/uploads/Beyond-the-Brink_sti...

 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

28 มิ.ย. 2553
25 ม.ค. 2553
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม