ดีไซน์ดีมีชัยเกินกว่าครึ่ง

ดีไซน์ดีมีชัยเกินกว่าครึ่ง
เคยรู้สึกไหมคะว่าบางครั้งสิ่งที่ห่อหุ้มปกป้องสินค้าที่เราซื้อนั้นดูใหญ่โต มีราคา ตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย
ไม่เชื่อก็ลองดูกล่องใส่คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริมของคุณสิคะ…กว่าจะเปิดหาของครบแสนยุ่งยาก ได้ของแล้วเก็บกล่องไว้ชื่นชมความมหัศจรรย์ในการออกแบบอันลึกลับซับซ้อนจนไม่กล้าทิ้งขว้างจนกระทั่งฝุ่นจับเขรอะหรือไม่มีที่วางแล้วค่อยกัดฟันส่งลงถังขยะอย่างเสียดาย
ด้วยเสียงเรียกร้องจากผู้บริโภคที่ไม่อยากถูกมัดมือชกให้ตกเป็นจำเลยสิ่งแวดล้อมเพราะจำเป็นต้องใช้สินค้านั้นๆ ประกอบเข้ากับความปรารถนาดีของเจ้าของสินค้า...จะเพื่อสร้างยอดขายหรือสร้างภาพก็ตามที ตอนนี้บริษัทสินค้าขนาดใหญ่เริ่มหันมาสนใจการออกแบบบรรจุภัณฑ์สีเขียวบ้างแล้ว บางแห่งถึงกับนำออกมาใช้เรียบร้อยแล้ว
คำว่า “บรรจุภัณฑ์” บ่งบอกชัดเจนว่าคือสิ่งที่ทำหน้าที่บรรจุสินค้าจากจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภค หลังจากนั้นก็หมดภาระหน้าที่อันแสนสั้น ซึ่งหลักคิดของบรรจุภัณฑ์สีเขียวก็คือการใช้วัสดุให้น้อยที่สุด ใช้วัสดุที่ย่อยสลายในธรรมชาติได้ง่าย และวัสดุที่นำไปใช้ใหม่ได้มากที่สุด
ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของเว็บไซต์ www.greenbiz.com จัดให้การออกแบบบรรจุภัณฑ์สีเขียวเป็นหนึ่งในสิบของเทรนด์เปลี่ยนแปลงโลกของธุรกิจสีเขียว โดยได้หยิบยก“นวัตกรรม” บรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายชิ้นมาเป็นตัวอย่าง
เมื่อปีที่แล้วโคคา-โคล่าประกาศว่าจะใช้ขวดน้ำดื่มที่ทำมาจากพืชซึ่งย่อยสลายได้ในธรรมชาติในสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ และบอกว่าในอนาคตจะใช้วัสดุจากพืชชนิด 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อผลิตขวดโค้ก
มันฝรั่งยี่ห้อ “ซัน” ของฟริโตเลย์ ใช้ถุงมีส่วนผสมของโพลีเมอร์จากข้าวโพด 33 เปอร์เซ็นต์
ส่วนเดลล์คอมพิวเตอร์เคยประกาศนโยบายเมื่อ 2 ปีที่แล้วว่าจะลดขนาดของบรรจุภัณฑ์ลง 10 เปอร์เซ็นต์ ทยอยใช้วัสดุรีไซเคิลให้เพิ่มขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มวัสดุรีไซเคิลเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2012 โดยในปีนี้เดลล์เริ่มต้นขายเน็ตบุ๊ค 2 รุ่นด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่แทนเยื่อกระดาษหรือโฟม
คอมพิวเตอร์เอ็ชพี เคยขายคอมพิวเตอร์แล็ปท็อบด้วยการใส่คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสริมในกระเป๋า ลดบรรจุภัณฑ์แบบเดิมๆ ไปได้ถึง 97 เปอร์เซ็นต์

ด้านเว็บไซต์หนังสือที่มียอดขายหนังดีมากที่สุดในโลกและต้องใช้บรรจุภัณฑ์มหาศาลอย่าง www.amazon.com ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ออกบรรจุภัณฑ์แบบ “ไร้ความรำคาญใจ” (Frustration-Free Packaging) ที่มีขนาดเล็ก แกะง่าย และรีไซเคิลได้ โดยเริ่มใช้กับสินค้าประเภทแผ่นซีดีและดีวีดีเปล่า
คราฟ์ต์ฟู้ดอังกฤษออกแบบถุงพลาสติกชนิดใช้ซ้ำได้กับกาแฟยี่ห้อ “เคนโค” แทนการใช้ขวดแก้วซึ่งต้องใช้พลังงานมากกว่าถึง 81 เปอร์เซ็นต์
ห้างสรรพสินค้า “สปริ๊นท์” นำบรรจุภัณฑ์สีเขียวมาใช้กับแผนกอุปกรณ์เสริมไร้สายซึ่งจะลดต้นทุนได้ถึง 2.1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ส่วนเคลล็อกซ์ เจ้าแห่งผลิตภัณฑ์อาหารเช้ากำลังทดลองใช้กล่องใส่ซีเรียลขนาดสั้นลง ใช้วัสดุน้อยลง และมีพื้นที่ขนส่งได้มากขึ้น
ยังมีตัวอย่างของบรรจุภัณฑ์สีเขียวอีกหลายชนิดที่คุณอาจเคยเห็นผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้ว เช่น กระป๋องแป้งขนาดเล็กลงปริมาตรเท่าเดิม กล่องใส่ผงซักฟอกชนิดเข็มข้น 8 เท่า แทนที่กล่องใหญ่ยักษ์ที่ใส่ผงซักฟอกแบบเข้มข้น 2 เท่าเพียงครึ่งกล่อง
จากที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมด พอสรุปได้ว่า ถ้าเป็นเรื่องบรรจุภัณฑ์แล้ว ขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเท่ากับความจำเป็น และหากจำเป็น วัสดุที่ใช้ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด และปลดปล่อยของเสียให้น้อยที่สุด
โปรดเชื่อมั่นในพลังของผู้บริโภคด้วยการเรียกร้องไปยังเจ้าของสินค้าที่คุณใช้ประจำให้ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทางด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สีเขียว แทนการรณรงค์ลดโลกร้อนที่ปลายทางผ่านโครงการปลูกต้นไม้หรือใช้ถุงผ้าเพียงอย่างเดียวนะคะ
