อย่าส่งมาอีกนะ!

อย่าส่งมาอีกนะ!
เมื่อเร็วๆ นี้สมาชิกโต๊ะสินธรใน pantip.com คนหนึ่งระบายอารมณ์ในประเด็นที่นอกจากจะตรงใจผู้เขียนและเพื่อนอีกหลายคนแล้ว ยังอดชื่นชมไม่ได้ว่าพวกนักลงทุนที่หายใจเข้าออกเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ พวกนี้เขารักโลกรักสิ่งแวดล้อมแบบจริงจังเสียจริงๆ
เหตุเกิดเมื่อสมาชิกคนหนึ่งเฝ้าเพียรพยายามติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อบอกว่าไม่ต้องส่งเอกสารและใบแสดงสิทธิ์การซื้อ-ขายหุ้นกองทุนมาให้อีกแล้วนะ เพราะซื้อขายบ่อยจนมีกระดาษเต็มบ้านและทำให้เธอรู้สึกผิดต่อสิ่งแวดล้อม...เธอร้องเรียนหลายครั้งหลายคราแต่ไม่เป็นผล เมื่อนำเรื่องนี้มาโพสต์ในโต๊ะสินธรก็มีแนวร่วมที่เจอปัญหา “เพิกเฉย” เหมือนกัน นำไปสู่ข้อสรุปเชิงขู่ว่าถ้าข้อเรียกร้องดีๆ แบบนี้แบงก์ยังทำให้ไม่ได้ ก็จะปิดบัญชีไปใช้บริการแบงก์อื่นเสียเลย เป็นเหตุให้ฝ่ายบริการลูกค้าของแบงก์ต้องรีบออกมาขอโทษขอโพยและรับเรื่องไปพิจารณาอย่างเร่งด่วน
แบบนี้แหละพลังของผู้บริโภค
เรื่องนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ผู้เขียนเองเจอปัญหานี้เช่นกัน แม้จะเบี้ยน้อยหอยน้อยแต่นิยมสับเปลี่ยนกองทุนเพื่อกระตุ้นต่อมตื่นเต้นอยู่เป็นนิจ ได้รับเอกสารเหล่านี้เป็นปึก พอขายหุ้นทิ้งแล้วก็ไม่เอารู้จะเอาใบหุ้นพวกนี้ไปทำอะไร จะขายเป็นกระดาษรีไซเคิลก็เป็นห่วงความลับทางการเงิน เลยต้องใช้วิธีฉีกทิ้งขยะ
จะว่าไปเรื่องแบบนี้แม้จะยุ่งยากเรื่องการจัดการในการสร้างโปรแกรมหรือระบบคัดแยกผู้ไม่ประสงค์รับเอกสารหรือรับเอกสารช่องทางอื่น เช่น ทางอินเทอร์เน็ต แต่ใช่ว่าจะยากเกินไป และถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจธนาคารที่ใช้เงินทองมหาศาลในการสร้างภาพลักษณ์ของแบงก์ จะยอมลงทุนอีกสักนิดเพื่อให้ได้ชื่อว่าห่วงใยสิ่งแวดล้อม “อย่างแท้จริง”
ผู้เขียนเชื่อว่าด้วยพลังของผู้บริโภค อีกไม่นานแบงก์และห้างสรรพสินค้าน้อยใหญ่จะต้องปรับตัว ดังเช่นในตอนนี้แบงก์บางแห่งให้ลูกค้าเลือกรับรายงานการเงิน (statememt) ทางอินเทอร์เน็ตหรือส่งแผ่นซีดีแสดงผลประกอบการประจำปีแทนการพิมพ์เป็นหนังสือสี่สีเล่มหนา ความจริงแผ่นซีดีก็อาจไม่จำเป็นสำหรับนักลงทุนบางคนที่เข้าไปดาวน์โหลดดูผลประกอบการได้จากเว็บไซต์ของบริษัทเงินทุนหรือแบงก์นั้นๆ ได้อยู่แล้ว
ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ดีแทคเพิ่งเปิดบริการยกเลิกใบเสร็จสำหรับผู้ชำระเงินผ่านธนาคารและตัวแทนเพื่อร่วมรายการรักษ์โลก
สำหรับคุณที่ยังมีจดหมายแจ้งหนี้หรือจดหมายขายตรงแนวมากับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตเดือนละเป็นปึกและยังไม่เกิดแรงบันดาลใจในการลดเอกสารขยะเหล่านี้ ขอหยิบยกเนื้อหาในคลิปวิดีโอโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ของมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาที่หาดูได้ในยูทูปมาให้ดูค่ะ สรุปความได้ว่า
- คนไทยผลิตขยะคนละ 1 กิโลกรัมต่อวัน มีขยะทั่วประเทศวันละ 4 หมื่นตัน เฉพาะกรุงเทพฯ 1 หมื่นตัน ในกองขยะเหล่านี้มีกระดาษถึง 19 เปอร์เซ็นต์
- เราทิ้งกระดาษถึงปีละ 2.47 ล้านตัน
- เราต้องการเศษกระดาษปีละ 2.5 ล้านตัน
- เรานำเข้ากระดาษปีละ 1 ล้านตัน
- คนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 50 กิโลกรัมต่อปี ต้องการกระดาษทุกชนิดปีละ 3.25 ล้านตัน ขณะที่มีกำลังการผลิต 4 ล้านตันต่อปี
- กระดาษ 1 ตันต้องใช้ต้นไม้ 17 ต้น หรือปีละ 55 ล้านต้น ใช้ไฟฟ้า 4,100 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ใช้น้ำ 31,500 ตัน ปล่อยคลอรีนเป็นของเสีย 7 กิโลกรัม
ด้วยข้อมูลเหล่านี้หวังว่าคุณๆ จะช่วยกันใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าจนหยดสุดท้าย นั่นคือใช้กระดาษอย่างประหยัด คัดแยกขยะนำกระดาษไปรีไซเคิลด้วยการขายให้ซาเล้ง หรือติดต่อโครงการ ”กระดาษเพื่อต้นไม้” ที่จะไปรับกระดาษถึงสำนักงานของคุณเพื่อนำไปคัดแยกและขายเพื่อนำเงินไปทำโครงการสาธารณกุศลต่อไป และสุดท้ายคือลดการใช้กระดาษตั้งแต่ต้นทางด้วยการแสดงความจำนงอย่างมุ่งมั่นและต่อเนื่อง โดยแจ้งกับธนาคาร ห้างสรรพสินค้า หรือบริษัทขายตรงทั้งหลายว่าคุณไม่ต้องการจดหมายขยะ…เพื่อพี่ต้นไม้และโลกเขียวๆ ของเรา
ปล.
ติดต่อโครงการ ”กระดาษเพื่อต้นไม้” ได้ที่ โทรศัพท์ 02 – 2790552, 02 – 6170832 โทรสาร 02 – 6170834 อีเมล: recycle_paper@hotmail.com เว็บไซต์: www.paper4trees.org
