ขยะหายไปไหน?...อยู่ในทะเล

ขยะหายไปไหน?...อยู่ในทะเล
ดิฉันเพิ่งกลับจากไปทำกิจกรรม “นักสืบชายหาด” ร่วมกับพระ เณร และฆราวาส 50 ชีวิต ที่อ่าวท้องชิง จังหวัดนครศรีธรรมราชค่ะ
นักสืบชายหาดเป็นโครงการหนึ่งของมูลนิธิโลกสีเขียวที่ใช้การสังเกต เก็บรวบรวม และจำแนกพืชสัตว์และซากชายหาดเพื่อประเมินสภาพชายหาด ทำง่ายใช้เวลาไม่นานนัก แต่ให้ผลที่อาจทำให้คนบางคนเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทะเลและเปลี่ยนพฤติกรรมการกินการใช้ไปเลยทีเดียว
ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่เดินไปตามชายหาดระยะทางไม่ถึงกิโลในอ่าวเล็กๆ อันเงียบสงบที่มีรีสอร์ตเพียงหนึ่งแห่ง บ้านชาวบ้านหลังเล็กๆ อีกสองหลัง จะพบซากไฟแช็ค 1 โหล แปรงสีฟัน 7 อัน มีดโกนหนวด 3 อัน โรลออน กระป๋องแป้งฝุ่น ตุ๊กตาหมีตัวโต ปืนเด็กเล่น หนังสะติ๊ก ที่เปิดขวด และอื่นๆ อีกมากมาย...ราวกับร้านสะดวกซื้อ
ขยะเหล่านี้มาจากไหน?
นักสืบชายหาดบางคนบอกว่ามาจากชาวประมงที่ติดบุหรี่งอมแงมแต่รักฟันเป็นชีวิตจิตใจ บ้างว่าจากนักท่องเที่ยวในเรือสำราญที่ได้รับแจกแปรงสีฟันใช้แล้วทิ้ง บ้างว่ามาจากชาวบ้านชาวช่องและนักท่องเที่ยวบนบกจอมมักง่ายต่างหากล่ะ
แต่ไม่ว่าจะมาจากไหน เห็นได้ชัดว่าขยะเหล่านี้ล้วนมาจากมนุษย์ทั้งสิ้น
ขยะเหล่านี้ไปไหน?
สสารในโลกนี้ไม่สูญหายฉันใด ขยะเหล่านี้ก็ไม่สูญหายฉันนั้น เมื่อสิบปีที่แล้ว เรารู้ว่ามีแผ่นขยะยักษ์อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก (The Great Pacific Garbage Patch) มีน้ำหนักถึง 3 ล้านตัน ซึ่งฝรั่งเขาเปรียบเทียบว่ามโหฬารพอๆ กับรัฐเท็กซัสอันใหญ่โตของเขาเลยทีเดียว โดย 90 เปอร์เซ็นต์ของแผ่นขยะยักษ์แปซิฟิกเป็นพลาสติกที่เก่าแก่เกินกว่า 50 ปี ซึ่งปัจจุบันเชื่อว่าแผ่นขยะยักษ์นี้น่าจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึงสองเท่า
ข้ามไปสู่อีกฝั่งของทวีปอเมริกา ขณะนี้มีการพูดถึงแผ่นขยะยักษ์ในมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งมีขนาดสูสีหรือเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแผ่นขยะในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยขยะเหล่านี้หมุนเวียนอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกส่งผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลมานานแล้ว
ข้อมูลจากโครงการสมาคมศึกษาทะเล (Sea Education Association) ที่ให้นักศึกษา 7,000 คน ใช้ตาข่ายละเอียดดักเก็บพืชและสัตว์ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อจำแนกประเภทขยะ พบว่าบางพื้นที่มีเศษขยะมากถึง 200,000 ชิ้นต่อตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว ส่วนใหญ่มาจากของกินของใช้ของมนุษย์นั่นเอง จากการใช้ดาวเทียมตรวจจับการไหลเวียนของกระแสน้ำระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก พบว่าขยะที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางมักลอยไปตามกระแสน้ำแลกเปลี่ยนกันไปมาระหว่างสองมหาสมุทร หรือลอยอยู่ในบริเวณมหาสมุทรนั้นๆ
จึงหมายความว่าไม่ว่าจะอยู่ ณ ส่วนใดของโลก สัตว์ พืชและมนุษย์เราล้วนมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจากแผ่นขยะนี้ถ้วนหน้า หรือพูดในอีกมุมหนึ่งคือ เราทุกคนในโลกนี้ล้วนเป็นตัวการผลิตขยะด้วยกันทั้งนั้น
ทำอย่างไรกับขยะเหล่านี้ดี?
คำตอบก็คือเราคงไปทำอะไรกับแผ่นขยะยักษ์เหล่านี้ไม่ได้
...แต่เราเริ่มต้นใหม่และทำสิ่งดีๆ ได้...
ว่ากันว่าสิ่งที่จะทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมได้ดีที่สุดคือการได้รับความรู้และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทบใจ
ในขั้นต้น ลองออกไปร่วมกิจกรรมเก็บขยะชายหาดทั้งด้วยตัวเองหรือกับกลุ่มองค์กรในช่วงเทศกาลวันคุ้มครองโลกหรือวันสิ่งแวดล้อมโลกที่เขามีกันบ่อยๆ แม้จะเก็บกู้ขยะได้เพียงน้อยนิดและไม่มีวันหมดสิ้น แต่อาจจะทำให้เด็กๆ หรือแม้แต่เราได้เองประจักษ์ว่ามนุษย์เราทำร้ายทะเลมากเพียงไร แล้วการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้และผลิตขยะจะตามมา
ตุ๊กตาหมีในอ้อมกอดของเด็กน้อยไม่ควรถูกทิ้งขว้างในทะเล ส่วนแปรงสีฟันที่เป็นประโยชน์กับมนุษย์ก็ไม่ควรถูกทิ้งและทำร้ายเต่าทะเล
คิดง่ายๆ ว่ายิ่งขยะออกจากบ้านเราน้อยชิ้นเท่าไร ขยะในแผ่นดินและมหาสมุทรก็จะน้อยลงเท่านั้น
