มาสร้างเมืองสีเขียวกันเถอะ

ภัสน์วจี  ศรีสุวรรณ์

มาสร้างเมืองสีเขียวกันเถอะ

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

ช่วงนี้เมืองเล็กเมืองใหญ่ทั้งไทย-เทศต่างออกมาประกาศตัวเป็นเมืองสีเขียวอย่างน่าชื่นใจ ตื่นเต้น และใจจดใจจ่อรอผลลัพธ์

ในต่างประเทศมีเมืองโนเนมไม่น้อยที่ตั้งปณิธานอันมุ่งมั่นและลงมือทำอย่างไม่ย่อท้อจนกลายเป็นเมืองสีเขียวแม่แบบของโลกไปแล้ว

ดิฉันเพิ่งมีโอกาสรับฟังเรื่องราวของโครงการพึ่งพาตัวเองด้านพลังงานเมืองเกสซิง ประเทศออสเตรียด้วยความทึ่งและแอบฝันนิดๆ ว่าน่าจะมีเมืองฮีโร่แบบนี้ในบ้านเราสักเมืองสองเมือง

เมืองเกสซิงเป็นเมืองชายแดนติดกับประเทศฮังการีที่มีประชากรประมาณ 4 พันคน ไม่มีการค้าการลงทุน จึงถือเป็นเมืองยากจน  และยังต้องเสียรายได้ส่วนใหญ่ไปกับการซื้อพลังงานจากเมืองอื่นอีกด้วย  จนในปี 1990 ชาวเมืองจึงเกิดแนวคิดผลิตพลังงานใช้เองจากพลังงานหมุนเวียนในท้องถิ่น ตั้งเป้าทำให้ได้ภายใน 20 ปี หรือปี 2010

ด้วยความจริงจังและการร่วมไม้ร่วมมือกัน เมืองเกสซิงสามารถบรรลุเป้าหมายได้ภายในปี 2001 หรือก่อนกำหนดถึง 10 ปี  นอกจากผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังขายไฟฟ้าให้กับเมืองอื่นอีกด้วย  ผลพลอยได้อื่นคือโครงการนี้สร้างการค้าการจ้างงานในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เมืองเกสซิงกลายเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและการดูงานด้านพลังงานหมุนเวียนจากทั่วโลก และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก  ที่สำคัญคือสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระดับปี 1990 ได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

. . . . .

จากเมืองที่สร้างฝันให้เป็นจริง สู่เมืองที่กำลังสร้างฝัน ภายหลังจากคนกลุ่มเล็กๆ จากเว็บไซต์ worldchanging.com ซึ่งเป็นศูนย์รวมของนักออกแบบและนักคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนำเสนอแนวคิดเมืองคาร์บอนสมดุล (Carbon Neutral City)  เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว อีก3 เดือนต่อมา สภาแห่งเมืองซีแอตเติล อเมริกาก็ “เอาด้วย” ประกาศจะทำให้เมืองซีแอตเติลเป็นเมืองคาร์บอนสมดุลภายในปี 2030 ซึ่งถือเป็นเมืองแรกของอเมริกาและของโลก

ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาแผนงาน โดยระดมความคิดล่าสุดพบว่าโครงการนี้ต้องปรับโครงสร้างทั้งสาธารณูปโภคและวิธีคิดของชาวเมืองอย่างขนานใหญ่ เช่น ออกแบบเรื่องการใช้ที่ดิน การขนส่ง การเดินทาง การบริโภค การกำจัดของเสีย ซึ่งฟังดูเหมือนความฝัน  แต่ที่น่าทึ่งก็คือยังมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามวิ่งตามความฝันและทุ่มเทเพื่อทำให้ความฝันเป็นจริง

. . . . .

หันกลับมาบ้านเราก็มีโครงการสวยหรูที่ไม่น้อยหน้าเมืองนอกเมืองนา

เมืองแห่งขุนเขาและดอกไม้งามอย่างเชียงใหม่ที่ตอนนี้กลายเป็นเมืองตึกสูงและอุดมไปด้วยหมอกควันก็เริ่มระดมสมองเมืองทำโครงการ “เชียงใหม่ เขียว สวย หอม”
  
“เขียว” คือดูแลและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เมือง ด้วยการปลูกต้นไม้ตามพื้นที่ว่างและปรับภูมิทัศน์ต่างๆ  “สวย” คือการจัดการปลูกต้นไม้อย่างเป็นระบบ สะอาด ร่มรื่น สอดคล้องกับความเป็นเมืองประวัติศาสตร์ในหุบเขา  และ “หอม” คือการปลูกไม้มีกลิ่นหอม  ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างความสุขทั้งสุขภาพกายใจแก่ชาวเชียงใหม่และผู้มาเยือนให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยด้วยการปลูกต้นไม้และปรับทัศนียภาพเมือง

เมืองหลวงของภาคอีสานอย่างขอนแก่นไม่ยอมน้อยหน้า  ขอนแก่นได้รับการคัดเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องในโครงการเมืองสีเขียวหรืออีโค-ซิตี (Eco-city) ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยขอนแก่นได้จัดทำปฏิญญาลดโลกร้อนขึ้นเมื่อต้นปี 2552 และตอนนี้ยังอยู่ในการปรับแผนและสร้างการรับรู้และความตื่นตัวของคนในพื้นที่ทุกระดับเป็นเวลา 2 ปี โดยหวังว่า 2 ปีต่อไปจะสามารถลดการใช้พลังงานของเมืองลงได้และมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น

อีกเมืองหนึ่งที่เริ่มต้นไปแล้วก็คือเมืองแกลง ระยองที่ประกาศตัวเป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำของเมืองไทย โดยยึดหลักการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาพื้นที่รกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ ทำให้บ้านเมืองน่าอยู่ ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้ชุมชน ทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งได้พัฒนาพื้นที่เปิดโล่งเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2546  ทำให้ปัจจุบันเมืองแกลงมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อหัวประชากรสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ  และยังใช้วิธีการแยกขยะและรีไซเคิลจนสามารถลดปริมาณขยะจากประมาณ 7 ล้านกิโลกรัมเมื่อปี 2549 ให้เหลือประมาณ 6 ล้านกิโลกรัมในปี 2552

ยังมีบ้าน อบต. เทศบาล จังหวัด และมหานครอีกมากมายที่มีแผนงานดีๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่น่าติดตาม  แต่อย่ามัวนั่งดูและลุ้นอย่างเดียวนะคะ  ขอให้มีส่วนร่วมรักโลกด้วยการเริ่มต้นจากตัวเองด้วยค่ะ

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

9 มี.ค. 2554
 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม