ผักอินทรีย์…มองไกลไปกว่าวิตามิน

คุยข่าวสีเขียว

ผักอินทรีย์…มองไกลไปกว่าวิตามิน

ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์

คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่าทำไมจึงอยากกินผักออแกนิกหรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ผักอินทรีย์” -- ผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และฮอร์โมนเคมี รวมทั้งไม่ผ่านกระบวนการฉายแสงและไม่ใช้เมล็ดพันธ์จีเอ็มโอ

ถ้าคำตอบเหมือนที่คนส่วนใหญ่เขาคิดกัน คือเพื่อให้ได้สารอาหารมากกว่าผักเคมีในท้องตลาดก็ไม่ใช่คำตอบที่ผิด แต่ดูจะเป็นคำตอบที่จำกัดวงแคบไปนิดและถูกสั่นคลอนได้ง่ายดาย ด้วยตอนนี้เหล่านักโภชนาการเขาทะยอยเปิดผลวิจัยเปรียบปริมาณสารอาหารในอาหารอินทรีย์กับอาหารเคมีออกมาทุกปี ได้ข้อสรุปเหมือนกันว่า...ไม่แตกต่าง

ดอกเตอร์ซูซาน บูเกล แห่งภาควิชาการโภชนาการมนุษย์ มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน เพิ่งตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสารวิทยาศาสตร์ว่าด้วยอาหารและการเกษตร (Journal of the Science of Food and Agriculture) ของสมาคมอุตสาหกรรมเคมี (Society of Chemical Industry’s - SCI) ฉบับสิงหาคม 2009 ความว่าจากการทดลองปลูกผัก 3 รูปแบบคือ แบบแรกในแปลงผักที่ใช้ปุ๋ยมูลสัตว์แต่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงหรือแบบอินทรีย์นั่นเอง แบบที่สองใส่ปุ๋ยมูลสัตว์และใส่ยาฆ่าแมลงเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือแบบผสม และแบบที่สามใส่ทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงตามกฎหมายกำหนด เรียกได้ว่าแบบเคมีเต็มขั้น จากการตรวจหาสารอาหารสำคัญของผลผลิตทั้ง 3 แบบ พบว่าไม่แตกต่าง จากนั้นนำผลผลิตที่ได้มาเลี้ยงสัตว์เป็นเวลาสองปี ผลจากการตรวจวัดสารอาหารสำคัญทั้งในอาหารที่สัตว์กินเข้าไปและอุจจาระที่สัตว์ขับถ่ายออกมา ก็ไม่พบความแตกต่างเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ไม่ถึงเดือน The American Journal of Clinical Nutrition ฉบับ 29 กรกฎาคม 2009 ก็ได้ตีพิมพ์ผลงานของนักวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์เขตร้อนและสุขอนามัยแห่งลอนดอน ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักร (UK Food Standards Agency) ให้ตรวจสอบงานวิจัยเกี่ยวกับโภชนาการของผักอินทรีย์และผักธรรมดาตั้งแต่ปัจจุบันย้อนหลังไปห้าสิบปี พบเอกสารที่เข้าเงื่อนไขน่าเชื่อถือ 55 ชิ้น จากการตรวจหาสารอาหารสำคัญ 13 ชนิด พบว่ามีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยและเป็นความแตกต่างที่ไม่ส่งผลต่อสุขภาพ อย่างไงก็ตามการศึกษาครั้งนี้ไม่ได้ศึกษาเรื่องสารปนเปื้อนหรือสารเคมีตกค้างในอาหาร

ย้อนหลังไปอีกสามปี Journal of Agricultural & Food Chemistry ฉบับ 18 ตุลาคม 2006 ก็ตีพิมพ์งานวิจัยของนักวิจัยชาวเยอรมันว่า จากการศึกษาสารอาหารหลังการเผาผลาญ (metabolism) ของข้าวสาลีอินทรีย์และข้าวสาลีปกติ พบว่าปริมาณสารอาหารที่ได้ไม่แตกต่างกัน

จากตัวอย่างข้างต้นเห็นได้ชัดว่า การสรุปโดยใช้ปริมาณสารอาหารเป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวดูจะเป็นการตีความความหมายและความสำคัญของอาหารและเกษตรอินทรีย์ที่คับแคบเกินไปสักหน่อย แท้จริงแล้วคุณค่าของอาหารอินทรีย์นั้นมีมากกว่าคุณค่าทางโภชนาการ พูดอีกอย่างก็คือปริมาณโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและเกลือแร่นั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคุณค่าทั้งหมดของอาหารอินทรีย์เท่านั้น

หากถูกลวงให้ติดกับดักข้อมูลทางโภชนาการข้างต้น คุณก็อาจหลงลืมไปว่าหนึ่งในเป้าหมายหลักของการเกษตรแบบอินทรีย์ก็คือการดูแลดิน น้ำ ต้นไม้ หรือเรียกรวมๆ ว่าสิ่งแวดล้อม และอีกหนึ่งเป้าหมายที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้นึกถึง นั่นคือเกษตรอินทรีย์ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ที่ปลูกอาหารให้เรากิน เมื่อดินดีน้ำดีเกษตรกรเจ็บป่วยน้อยลง คุณภาพชีวิตโดยรวมก็จะดีขึ้น

สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าคุณเลือกกินอาหารเพื่อฟูมฟักแต่งเติมความสมบูรณ์แบบให้กับตัวเองโดยพิจารณาเฉพาะคุณค่าทางโภชนาการ หรือพิจารณาถึงของแถมจากสารเคมีตกค้าง รวมทั้งการกินอาหารแบบเผื่อแผ่ความเมตตาไปถึงแผ่นดิน แม่น้ำ ต้นไม้ และเพื่อนเกษตรกร หากครอบคลุมประการหลัง บางทีคุณอาจค้นพบว่าผักอินทรีย์นั้นอร่อยกว่า สมค่าสมราคา และทำให้ตัวลอยขึ้นเยอะเชียวค่ะ

 

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย