2012 โลกจะถล่มจริงรึนี่?

2012 โลกจะถล่มจริงรึนี่?
ช่วงนี้หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่คนพูดถึงปฏิทินวันสิ้นโลกของชาวมายาว่าโลกจะแตกในปี ค.ศ. 2012
จะด้วยบังเอิญเห็นตรงกันหรือการแอบจับมือกันปั่นกระแสเพื่อโปรโมทหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง 2012 ก็ตามแต่ จู่ๆ นักเขียน นักทำภาพยนตร์ นักข่าว และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็โหมกระพือข่าวผ่านสื่อทุกแขนงจนกลายเป็นกระแสโลกไปแล้ว
Apocalypse 2012 : An Investigation Into Civilization's End 2012 ของ Lawrence E.Joseph ถูกแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้วในชื่อ 2012 วันสิ้นโลก โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ บุ๊คส์
21 ธันวาคม 2012 วันพลิกชะตาโลก ของชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ อดีตบรรณาธิการนิตยสารการเมือง “อาทิตย์” วางแผงในงานสัปดาห์หนังสือที่เพิ่งผ่านมา
เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกมีไอเดียแย่งชิงพื้นที่สื่อสุดเจ๋ง สร้างเว็บเพจเกาะติดและนับถอยหลังวันโลกาวินาศ โดยใช้ชื่อน่าสยองว่า 2012:COUNT DOWN TO ARMAGGEDON HOW MIGHT THE WORLD END?
สารคดีชุดใหญ่ ANIMAL ARMAGGEDON ขนาด 8 ตอนทะยอยเผยแพร่ทั่วโลกระหว่างกุมภาพันธ์ถึงกันยายนปีนี้ และถูกนำมาฉายในรายการท่องโลกกว้างของทีวีไทยเมื่อเดือนที่แล้ว เนื้อหาเริ่มตั้งแต่การระเบิดของรังสีแกมม่าทำให้สัตว์ทะเลตาย ภูเขาไฟระเบิด ดาวหางขนาดเขาเอเวอรเรสต์วิ่งชนโลกทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธ์ ตามมาด้วยไฟป่า ฝนกรด พายุหิมะ ภูเขาไฟปะทุอีกครั้ง จนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เกิดความร้อน ก๊าซพิษ และตอนสุดท้ายการทำนายว่ามนุษย์เราจะเผชิญหน้ากับอนาคตอย่างไร และยังมีดาวหางอีกหลายดวงที่มีแนวโคจรพุ่งมาชนโลก
ส่วน Knowing หนังฮอลีวู้ดที่ฉายเมื่อต้นปี ไม่เกี่ยวกับปฏิทินมายา แต่เนื้อหาใกล้เคียง เมื่อเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมคนหนึ่งได้ยินเสียงกระซิบบอกเหตุการณ์ร้ายทั่วโลก เธอเขียนตัวเลขวันที่พิกัดเกิดเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตเต็มหน้ากระดาษเอสี่ใส่ไว้ในแคปซูลกาลเวลา อีกห้าสิบปีต่อมาพระเอกพบว่าทุกตัวทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงเผง และเหตุการณ์สุดท้ายคือพายุสุริยะ
สำหรับวันสิ้นโลกของปฏิทินมายา ผู้คนต่างทำนายทายทักต่างๆ นานาตามความเชี่ยวชาญเฉพาะ หมอผีบอกว่าเป็นวันปล่อยผีครั้งใหญ่ ทางพระบอกว่ากรรมหนักถึงขั้นต้องล้างกรรมแบบล้างโลก ส่วนนักวิทยาศาสตร์เสนอทฤษฎีขั้วโลกเปลี่ยน โลกถูกดูดเข้าสู่หลุมดำที่เกิดจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอุโมงค์ลึกในยุโรป อาจเกิดพายุสุริยะ ดาวหางวิ่งชนโลก ฯลฯ
เรื่องนี้ดอกเตอร์เดวิด มอริสัน นักวิทยาศาสตร์จากองค์กรนาซ่า ผู้มีหน้าที่ตอบคำถามต่อสาธารณะในรายการ "Ask an Astobiologist" เรียกว่าเป็นอาการจักรวาลวิตก (cosmophobia) ซึ่งเกิดจากการยัดเยียดข้อมูลข่าวสารทางเว็บไซต์ปลอม นักวิทยาศาสตร์ปลอม และนักเขียนแนวหายนะที่อยากขายหนังสือ โดยต้นต่อของอาการจักรวาลวิตกนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง “2012” ที่ลงทุนโปรโมทหนังถึงกับตั้งเว็บไซต์วิทยาศาสตร์ปลอมออกมาเลยทีเดียว “มีเหตุผลมากมายที่น่ากังวลเกี่ยวกับอนาคตของโลกใบนี้ แต่ที่แน่ๆ การกำหนดวันเวลาที่โลกจะแตกนั้นไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง” ถ้าอยากรู้ว่าความจริงเป็นเช่นไรให้เข้าไปดูที่ http://www.astrosociety.org/education/resources/pseudobib.html
จะว่าไปแม้จะเป็นเพียงการพยากรณ์ การแหกตา หรือปั่นข่าว เหตุการณ์นี้ก็มีคุณูปการตรงที่ทำให้คนหันกลับมาคิดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับโลกใบนี้ แต่จะคิดดีหรือร้ายก็แล้วแต่ประสบการณ์...หนังก็คือหนัง...ก็แค่อีกหนึ่งเหตุการณ์ Y2K...หลอกลวง...เตรียมสร้างหลุมหลบภัยใต้พื้นดินกันเถอะ...ประสาท...ขวัญอ่อน ฯลฯ
ส่วนคำถามที่ว่าจะเตรียมตัวรับวันสิ้นโลกอย่างไรดีนั้น ฉันว่างานนี้คงต้องพึ่งคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นการด่วน อดีตผ่านพ้นไปแล้ว อนาคตยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะ...แล้วสิ่งดีๆ จะตามมา
