“คาร์บอนสมดุล” : จากอุดมคติสู่วิถีปฏิบัติ (1)

สฤณี  อาชวานันทกุล

“คาร์บอนสมดุล” : จากอุดมคติสู่วิถีปฏิบัติ (1)

สฤณี อาชวานันทกุล

หลังจากที่ความเร่งด่วนของวิกฤตสิ่งแวดล้อมหลายด้านทำให้ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปว่ามนุษย์จะต้อง “ยกเครื่อง” วิถีการผลิตและบริโภคครั้งใหญ่ และหลังจากที่เทคโนโลยีสีเขียวยุคปัจจุบันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนในระยะยาว คำว่า “คาร์บอนต่ำ” (low carbon) ก็เริ่มปรากฏในสุนทรพจน์ของผู้นำทางการเมืองหรือคำประกาศนโยบายของรัฐบาลทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย  แต่ประเด็นที่ว่าใครจะทำจริงหรือไม่ ถ้าทำจริงจะทำได้ดีเพียงใด ยังเป็นคำถามที่รอการพิสูจน์

นักสิ่งแวดล้อมและนักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อย รวมทั้งอีกหลายคนที่ห่วงใยโลกใบที่จะมอบให้กับคนรุ่นหลัง เรียกร้องว่าเราไม่ควรตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเท่านั้น แต่ควรตั้งเป้าเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนสมดุลไปเลย เพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืนขั้นสูงสุด

“คาร์บอนสมดุล” เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่มีรายละเอียดที่ซับซ้อน  เมืองที่เป็นคาร์บอนสมดุลหมายความว่าเป็นเมืองที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเลยและไม่ผลิตของเสียใดๆ ที่นำกลับมาใช้ใหม่หรือกำจัดไม่ได้  รัฐบาลหลายประเทศออกมาประกาศว่าจะสร้างเมืองใหม่ที่เป็นคาร์บอนสมดุล ตั้งแต่ประเทศเศรษฐีใหม่อย่างจีนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (แผนการสร้างเมืองตงถานและมาสดาร์ดูจะกำลังแข่งกันว่าใครจะเป็นเมืองสีเขียวที่สร้างเสร็จก่อนและเขียวจริงกว่ากัน) ไปจนถึงโครงการขนาดเล็กกว่าในคอสตาริกา นอร์เวย์ และแม้กระทั่งลิเบีย  แต่สิ่งที่อาจท้าทายมากกว่าการสร้างเมืองคาร์บอนสมดุลใหม่เอี่ยม คือการ “แปลง” เมืองเก่าให้เป็นเมืองคาร์บอนสมดุล

ในบรรดาเมืองทั้งหมดทั่วโลกที่ครุ่นคิดวิธีแปลงตัวเองให้เป็นคาร์บอนสมดุล ซีแอตเติลในมลรัฐวอชิงตันของอเมริกาเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องนี้  ทั้งผู้นำและประชาชนในเมืองส่วนใหญ่เชื่อว่าซีแอตเติลสามารถเป็นเมืองคาร์บอนสมดุลแห่งแรกในทวีปอเมริกาเหนือได้ภายในปี 2030  ซึ่งแน่นอนว่าถ้าทำได้จริง ซีแอตเติลก็จะกลายเป็นผู้นำโลกด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน นวัตกรรมการออกแบบเมือง และเศรษฐกิจสีเขียวที่กำลังก่อตัวขึ้น

ก่อนที่จะถกกันได้ในรายละเอียดว่า เป้าหมายการเป็นเมือง “คาร์บอนสมดุล” นั้นแปลว่าแต่ละฝ่ายจะต้องทำอะไรบ้าง เราจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างข้อมูลและแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นพื้นฐานของเมืองคาร์บอนสมดุลเสียก่อน  ในแง่นี้ พีท อีริคสัน (Pete Erickson) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (Stockholm Environment Institute, http://sei-international.org/) อธิบายแก่นของเรื่องนี้ด้วยสไลด์สี่แผ่นอย่างรวบรัดชัดเจนในงานสัมมนา Carbon Neutrality Unconference ที่จัดขึ้นในซีแอตเติล เดือนเมษายน 2553 และ อีริค เดอ ปลาซ (Eric de Place) ผู้ร่วมนำเสนอนำมาเผยแพร่ต่อบนเว็บในบทความชื่อ “หนทางสู่คาร์บอนสมดุล” บนเว็บไซต์ Grist (http://www.grist.org/article/2010-04-12-the-way-to-carbon-neutrality/) –

1. วิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ถูกที่สุดมีอะไรบ้าง?

(ที่มา : McKinsey & Company, "Pathways to a Low-Carbon Economy", http://www.mckinsey.com/clientservice/ccsi/pathways_low_carbon_economy.asp)

แผนภาพนี้จากสถาบันแมคคินซีย์แสดงให้เห็นต้นทุนของกลยุทธ์ต่างๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (carbon abatement) ณ ระดับเทคโนโลยีปัจจุบัน  แท่งที่ตกอยู่ใต้แกนแนวนอนคือกลยุทธ์ที่คุ้มทุนได้ด้วยตัวเอง (เช่น ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน เพราะค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ประหยัดได้ในอนาคตจะทำให้คุ้มเงินลงทุน)  ส่วนแท่งที่อยู่เหนือแกนแนวนอนแสดงกลยุทธ์ที่ต้องใช้เงินลงทุนสุทธิ (เช่น การเก็บกักคาร์บอน (carbon sequestration) จากโรงงานพลังถ่านหิน)  ความกว้างของทางแต่ละแท่งสะท้อนปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้

2. การลดก๊าซเรือนกระจกจะช่วยเราได้ขนาดไหน?

(ที่มา : McKinsey & Company, "Pathways to a Low-Carbon Economy", http://www.mckinsey.com/clientservice/ccsi/pathways_low_carbon_economy.asp)

จากแมคคินซีย์เช่นกัน ใช้แผนภูมิแบบ “ลิ่ม” เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราจะลดก๊าซเรือนกระจกได้ขนาดไหนจากกลยุทธ์การลดในแต่ละประเภทหลัก

3. ใครควรรับผิดชอบ? 

(ที่มา : สภาที่ปรึกษาเยอรมันด้านการเปลี่ยนแปลงระดับโลก, "Solving the Climate Dilemma: The Budget Approach", http://www.wbgu.de/wbgu_sn2009_en.pdf)

แผนภาพนี้คำนวณจากประชากรปัจจุบันของแต่ละประเทศและสถิติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอดีตจวบจนปัจจุบัน แสดงให้เห็น “งบประมาณคาร์บอน” ของแต่ละประเทศถ้าเราจะจัดสรร “สิทธิ” ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคตอย่างเท่าเทียมกัน  แท่งสีอ่อนแสดงปริมาณที่แต่ละประเทศ “บริโภค” (นั้นคือ เคยปล่อยไปแล้วในอดีต) และแท่งสีเข้มแสดงให้เห็นว่ายังเหลืองบประมาณอีกเท่าใด  สหรัฐอเมริกามีงบคาร์บอนติดลบแล้ว ดังแสดงด้วยแท่งสีเข้มที่อยู่ต่ำกว่าแกนแนวนอน  แปลว่าถ้ามีการจัดสรรทรัพยากรคาร์บอนให้กับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม อเมริกาจะต้องไปไกลกว่าคาร์บอนสมดุล คือ ต้องลดคาร์บอนสุทธิลงให้ได้

4. “คาร์บอนสมดุล” แปลว่าอะไรสำหรับอเมริกาถ้ายอมรับผิดชอบมากกว่าเดิม?

(ที่มา : Greenhouse Development Rights Book, ฉบับพิมพ์ครั้งที่สอง, http://gdrights.org/)

แผนภาพนี้แสดงรายละเอียดของความรับผิดชอบของอเมริกาภายใต้สมมุติฐานว่ามีการจัดสรรทรัพยากรคาร์บอนอย่างเท่าเทียม  เส้นสีแดงที่สะท้อน “ภาระที่ยุติธรรม” ของอเมริกาปักหัวลงต่ำกว่าศูนย์ (เลยจุดคาร์บอนสมดุลไปเป็นคาร์บอนติดลบ) ประมาณปี 2025 และต่ำลงไปเรื่อยๆ  อย่างไรก็ดี เห็นได้ชัดว่าองค์ประกอบสำคัญของการลดดังกล่าวคือกลยุทธ์ที่ลงทุนในประเทศอื่น (พื้นที่ “Mitigation funded in other countries” ลายหมากรุกในภาพ) ซึ่งก็สนับสนุนแนวคิด “ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม” ที่ว่าประเทศร่ำรวยหลายแห่งควรให้เงินอุดหนุนประเทศกำลังพัฒนาในการลดคาร์บอน เพราะตัวเองได้ผลาญต้นทุนคาร์บอนในอดีตไปหมดแล้ว และถ้าประเทศอื่นลดคาร์บอน ตัวเองก็พลอยได้รับประโยชน์ด้วย
 

Share this

อ่านเรื่องย้อนหลัง

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม