กฎหมายจักรยาน... ใครว่าไม่มี ?

เรื่อง : ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ / ภาพ : ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ , ปริศนา โพธิมณี  

1
ค่ำคืนวันหนึ่งระหว่างขี่จักรยานผ่านวงเวียนใหญ่เพื่อกลับบ้าน คืนนี้ก็เหมือนทุกคืนที่ทางจักรยานสีแดงส้มรอบวงเวียนใหญ่ถูกบรรดารถยนต์ ถังขยะ ถังแก๊สหุงต้ม รถเข็นแม่ค้าและอื่นๆ (อีกมากๆๆๆๆ มาย ไม่เว้นแม้แต่รถตำรวจ! ) กีดขวางอยู่ตลอดเส้นทาง แต่ที่เห็นจะต่างจากทุกคืน คืนนี้มีด่านตำรวจตั้งอยู่ตรงหน้า ลองหยุดแวะคุยกับคุณตำรวจหน่อยดีไหม ?

“คุณตำรวจครับ ถนนสายนี้ห้ามจอดตลอดเวลาใช่ไหมครับ?”

ผมถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ก็เพิ่งผ่านป้ายห้ามจอดมานี่นา!

“แล้วทำไมรถเก๋งที่จอดทับเลนจักรยานอยู่ก่อนถึงด่าน เขาจอดได้ ไม่ถูกจับล่ะครับ? ”

คุณตำรวจเริ่มแสดงท่าทีแปลกใจ และสงสัยว่าไอ้หนุ่มจักรยานนี่เป็นใคร จะมาไม้ไหนกันแน่

ผมรีบอธิบายเชิงขอความเห็นใจว่าไม่ได้ต้องการบอกว่าคุณตำรวจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ แต่ช่วยเห็นใจชาวจักรยานบ้าง อุตส่าห์มีเลนจักรยานกับเขาบ้างแล้วแต่ใช้การไม่เคยได้เลย

แต่สถานการณ์กลับดูไม่ดีขึ้น เมื่อคุณตำรวจตอบกลับมาเชิงไม่เห็นด้วยว่าไม่ควรทำเลนจักรยานไว้ถนนนี้แต่แรกแล้ว รถสัญจรวิ่งเร็ว อันตรายมากถ้ามาขี่จักรยานกันตรงนี้  เส้นทางจักรยานนี้ของ กทม. สร้าง ไม่ได้เกี่ยวกับตำรวจ (ไม่เกี่ยวได้ไง?)และไม่เคยเห็นใครใช้เลย นอกจากผมนี่แหละที่เข้ามาถาม  เรื่องรถจอดในที่ห้ามจอดถือเป็นความผิด และตำรวจจราจรมีอำนาจในการจับปรับ แต่ไม่จับก็ได้หากพิจารณาแล้วว่าไม่กระทบต่อการจราจร ถือเป็นดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน

ผมไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณตำรวจเพิ่งพูดจบ ถูก-ผิด อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ดุลยพินิจของเขาผิดแน่นอน เพราะรถจอดทับทางจักรยานถือว่ากีดขวางการสัญจรโดยจักรยานอย่างแน่นอน จะไม่กระทบการจราจรได้อย่างไร

“ถ้าคุณตำรวจพิจารณาว่าอนุโลมให้จอดรถได้ในช่วงการจราจรไม่คับคั่ง  ก็ไม่ควรให้เขาจอดทับเลนจักรยาน ตามกฎหมายที่ผมรู้มา รถยนต์ต้องจอดชิดเส้นขอบทางในระยะห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร นั่นหมายถึงเส้นทึบด้านขวาของขอบเลนจักรยานนั่นเอง”

“ทางมี แต่กฎหมายจักรยานยังไม่ออก ... คุณขี่จักรยานมีใบขับขี่จักรยานมั้ย”  ประโยคนี้สร้างความประหลาดใจให้ผมมากว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายเสียเองที่กลับไม่รู้ว่ามีกฎหมายใดบ้างที่ต้องบังคับใช้และกฎหมายใดยกเลิกไปแล้ว (ใบขับขี่จักรยาน ยกเลิกใช้เมื่อปี 2546) แล้วบ้านเมืองเราจะอยู่ในกฎหมายได้อย่างไร

การเจรจาจบลงที่นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเข้ามากระซิบขอโทษแทนลูกน้องชั้นประทวน ที่เน้นงานปฏิบัติมากกว่าศึกษาตำรา เรื่องจักรยานไม่ใช่กฎหมายที่ตำรวจคุ้นชินจึงผิดพลาดไปบ้าง ส่วนเรื่องที่ผมร้องขอก็เข้าใจ แต่ก็ต้องขอความเห็นใจตำรวจเหมือนกัน เรื่องแบบนี้ต้องให้เวลากันหน่อย

ผมจูงจักรยานออกจากด่าน และพึ่งสังเกตเห็นว่าบทสนทนาเมื่อครู่นี้คงเป็นที่สนอกสนใจของชาวมอเตอร์ไซค์ที่ถูกตรวจจับพอควร เกือบทุกสายตาจับจ้องที่ผม หนึ่งในนั้นยกนิ้วเชิงชื่นชม และเดินมาบอกว่าเขาเองก็ชอบขี่จักรยานเหมือนกัน

2
กฎหมายเกี่ยวกับจักรยานมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

งานวิจัย ‘การศึกษากฎหมายเกี่ยวกัยการใช้จักรยาน’(เมื่อปี2546) ของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ระบุไว้ว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับจักรยานโดยตรงฉบับแรกคือ พระราชบัญญัติล้อเลื่อน พุทธศักราช 2460 หรือเมื่อกว่า 100ปีที่แล้วเชียวนะครับ

เนื้อหากฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนรถจักรยานและการออกใบอนุญาตขับขี่ ทั้งประเภทส่วนบุคคลและรับจ้าง ครอบคลุมตั้งแต่ลักษณะของจักรยาน (มีตั้งแต่ขนาด 2 ล้อ ถึง 4ล้อ) แม้กระทั่งลักษณะการแต่งกายของผู้ขี่จักรยานรับจ้างก็มีระบุไว้ในกฎหมายนี้ (พ.ร.บ.ล้อเลื่อนมีการแก้ไขปรับปรุงเมื่อปี 2478อีกครั้งหนึ่ง)

สมัยนั้น ใครมีจักรยานต้องนำไปขึ้นทะเบียน และถ้าจะขี่จักรยานบนทางหลวง (ทางที่รัฐสร้างขึ้น) ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ซึ่งต้องมีการทดสอบทักษะการควบคุมรถและกฎจราจรไม่ต่างกับการสอบใบขับขี่รถยนต์ในปัจจุบันเลย อาจต่างกันแค่อายุขั้นต่ำ 13ปีขึ้นไปจึงจะมีสิทธิขอใบอนุญาตประเภทส่วนบุคคลได้ (ถ้าอายุน้อยกว่านี้เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาอนุญาตตามสมควรแก่สภาพท้องถิ่นได้) แต่หากจะรับจ้างบรรทุกคนหรือขนของ ต้องมีอายุ 17ปีขึ้นไป

ในช่วงต้น พ.ศ. 2500-2504ได้มีการประกาศยกเลิกการขึ้นทะเบียนจักรยาน 2ล้อ (แต่ยังต้องทำใบขับขี่อยู่) และห้ามจดทะเบียนจักรยานประเภทอื่นในเขตจังหวัดพระนครและธนบุรี และกีดกันไม่ให้จักรยานสามล้อขึ้นไปจากเขตพื้นที่อื่นเข้ามาวิ่งในจังหวัดพระนครและธนบุรีเพราะการจราจรที่คับคั่งขึ้น ด้วยกฎนี้จึงทำให้เราแทบไม่เห็นสามล้อถีบวิ่งในถนนกรุงเทพฯ อีกเลยในปัจจุบัน

หลังจากนั้นมีการประกาศแก้ไขเพิ่มเติม กระทั่งยกร่างกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับการจราจรอีกมากมายหลายฉบับ แต่ฉบับที่สำคัญสำหรับจักรยานและยังมีผลบังคับใช้ถึงปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎกติกาการใช้รถจักรยาน 2ล้อในเมืองและสัญญาณ เครื่องหมาย ป้ายจราจร

กฎหมายฉบับนี้แหละที่ระบุไว้ชัดเจนว่า การจอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร (รวมทั้งเลนจักรยานด้วย) เป็นความผิดตามกฎหมายและมีบทลงโทษระบุไว้ชัดเจน ซึ่งผมขอเล่าต่อในตอนต่อไปนะครับ

ที่มา : คอลัมน์ bike lane นิตยสาร a day มิถุนายน 2555

Share this

 

creative-commonsแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย
พัฒนาเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม